จี้เยี่ยนอันมองเจียงอวิ๋นซุ่ยด้วยแววตาครุ่นคิด
หากเขาดูไม่ผิด เมื่อเด็กน้อยคนนี้พูดขึ้นเอง ผู้คนในเรือนถึงได้สังเกตเห็นนาง
“เข้ามา”
แววตาของเขาเปล่งประกายขึ้นวูบหนึ่ง บางทีอาจลองทดสอบดูได้
เจียงอวิ๋นซุ่ยแม้จะฉงนใจ แต่นางก็ก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินกลับเข้าไปใหม่
หลี่โป๋ร้อนใจนัก “ซื่อจื่อ นางไม่ทราบที่มาที่ไป จะเสี่ยงมิได้”
จี้เยี่ยนอันหัวเราะเบา ๆ “ข้าก็ยังไม่ถึงขั้นไร้ความสามารถถึงกับต้องกลัวเด็กเล็ก ๆ เพียงนี้”
หลี่โป๋มีสีหน้าจนใจ “เช่นนั้นให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติท่านเถิด”
จี้เยี่ยนอันรู้ว่าเขาไม่วางใจ จี้เยี่ยนอันจึงไม่ขัดอีก หลี่โป๋จึงรีบตามเข้าไป
จี้เยี่ยนอันกลับไปยังที่ที่เคยนั่งก่อนหน้านี้ เจียงอวิ๋นซุ่ยหันมองซ้ายขวา ดูให้แน่ใจว่าเขานั่งเก้าอี้อย่างไร นางจึงเดินไปยังฝั่งตรงข้ามของจี้เยี่ยนอัน ปีนขึ้นเก้าอี้นั่งอย่างทุลักทุเล
แล้วยังขยับก้นไปมาอย่างไม่ค่อยชิน พลางก้มหน้ามองเก้าอี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ ๆ …”
หลี่โป๋ไอจนคอแทบแหบ ทางด้านเจียงอวิ๋นซุ่ยกลับไม่รับรู้สัญญาณจากเขาแม้แต่น้อย
หนังตาของจี้เยี่ยนอันกระตุกขึ้นเล็กน้อย “หลี่โป๋”
หลี่โป๋หยุดไอ แต่ว่าสายตายังคงจับจ้องเจียงอวิ๋นซุ่ยไม่กะพริบ ราวกับว่าหากนางเคลื่อนไหว เขาก็จะเอาชีวิตของตนเองเข้าปกป้องนาย
เจียงอวิ๋นซุ่ยลูบคลำเก้าอี้บ้าง โต๊ะบ้าง แล้วจึงจ้องมองกับข้าวพวกนั้นตาเป็นประกาย
ท่าทางตะกละตะกลามนั้นใครเห็นก็รู้ แต่นางไม่เคลื่อนไหว ยังคงวางมือไว้บนเข่าอย่างเรียบร้อย เพียงแต่จ้องมองด้วยความละโมบ
นับว่ามีมารยาทดี
คล้ายลูกแมวน้อยน่ารักที่รอคอยการป้อนอย่างว่าง่าย
จี้เยี่ยนอันพลันเกิดความคิดอยากแกล้งนางขึ้นมา
“อยากกินหรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สุกใสฉายแววคาดหวัง พลางพยักหน้า
จี้เยี่ยนอัน “เช่นนั้นเจ้าบอกข้ามา เหตุใดพวกเขาจึงไม่พบเจ้า”
รวมถึงตัวเขาเอง เมื่อสักครู่ที่ออกมาก็ไม่พบเช่นกัน จนกระทั่งเจียงอวิ๋นซุ่ยเคลื่อนไหวเอง เขาถึงได้รู้สึกตัวว่ามีคนเพิ่มเข้ามาในห้อง
เจียงอวิ๋นซุ่ยเอ่ยด้วยเสียงอ้อแอ้ “ไม่อยากให้พวกเขาเห็น ก็ซ่อนตัว”
จี้เยี่ยนอันตีความอยู่หลายอึดใจจึงกล่าวว่า “เจ้าหมายความว่า เจ้าไม่อยากให้พวกเขาเห็นเจ้า พวกเขาก็จะหาเจ้าไม่พบหรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยส่ายหน้า ไม่อธิบายต่อ ได้แต่มองกับข้าวบนโต๊ะตาไม่กะพริบ
สีหน้าบนใบหน้าน้อย ๆ นั้นอ่านง่ายเหลือเกิน ต้องให้กินเสียก่อนถึงจะพูด
จี้เยี่ยนอันเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เอ่ยสั่งเสียงเรียบ “หลี่โป๋ ตักซุปไข่นางสักถ้วย”
หลี่โป๋ได้ยินดังนั้น จึงมองเจียงอวิ๋นซุ่ยอย่างระแวดระวัง ก่อนจะลงมือ
“นี่ กินเสีย”
เจียงอวิ๋นซุ่ยถือถ้วยน้อย กำช้อนมองอยู่นาน แล้วจึงใช้มือซ้ายอย่างเงอะงะเลียนแบบท่าทางของเฉินแม่ครัวที่เคยป้อนนางกินของกินเมื่อก่อน
ท่าทางเก้กังไม่คล่องแคล่วนั้น ดูราวกับยังบังคับมือตัวเองไม่ได้
จี้เยี่ยนอันมองจนหนังตากระตุก “เจ้าถนัดมือซ้ายหรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยกว่าจะตักซุปไข่เข้าปากได้หนึ่งช้อน ก็เอร็ดอร่อยเสียจนเนื้อตัวสั่นสะท้านไปด้วยความสุข
จี้เยี่ยนอันอดคิดมิได้ว่า มันอร่อยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“อะไรคือถนัดมือซ้าย”
นางถามกลับเบา ๆ และคลุมเครือขณะที่ยังมีของกินอยู่ในปาก
ไม่อยากให้ของอร่อยในปากหล่นออกมา รอจนกินหมดแล้วจึงถามซ้ำอีกครั้งอย่างเนิบนาบ
จี้เยี่ยนอันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สมองของเด็กคนนี้เสียหายไปแล้วหรือ
บัดนี้ เขากับเฉินแม่ครัวคิดตรงกันแล้ว
“เมื่อมิใช่ผู้ที่ถนัดมือซ้าย ก็จงกินด้วยมือขวา”
เขามองแล้วรู้สึกขัดใจ
“อ้อ”
คงหมายถึงให้เปลี่ยนมือละมัง
เจียงอวิ๋นซุ่ยว่าง่ายยิ่งนัก จึงเปลี่ยนช้อนมาถือมือขวา ตักซุปไข่ขึ้นมาหนึ่งช้อนอย่างระมัดระวัง เพียงแต่ยังคงเก้กังเช่นเดิม
ช้อนในมือสั่นน้อย ๆ มองเห็นซุปไข่กระเพื่อมพลิ้วไหวราวกับเจลลี่
อา...
ยัดเข้าปากทันที สุขสมยิ่งนัก
ของกินของมนุษย์รสชาติดีจริงดังว่า นกน้อยอ้วนไม่หลอกนาง!
จี้เยี่ยนอันเดิมตั้งใจรอคอยอย่างอดทน แต่เมื่อเห็นนางกินอย่างมีความสุขเกินไป ราวกับว่าซุปไข่นั้นเป็นของประณีตหายาก เขาจึงอดไม่ไหวนัก ตักให้ตนเองสักถ้วยเช่นกัน
ชิมไปคำหนึ่ง ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย รสชาติก็ไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อน
เพิ่งจะวางช้อน ก็เหลือบเห็นเด็กน้อยฝั่งตรงข้ามตักใส่ปากอีกช้อนอย่างทะนุถนอม กินไปกระทั่งปลายผมยังสั่นสะบัดอย่างร่าเริง
จี้เยี่ยนอันจึงกินต่ออีกคำหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
ดูเหมือน...จะไม่เลวทีเดียว
เช่นนี้เอง เขามองเจียงอวิ๋นซุ่ยหนึ่งที ตนเองก็กินอีกคำหนึ่ง
หลี่โป๋ที่อยู่ด้านข้าง ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา
ซื่อจื่อกินของกินได้แล้ว ช่างยากเย็นนัก ยากเย็นยิ่งนัก
ผู้ใดจะเข้าใจเล่า ได้แต่มองคนที่เติบโตขึ้นมาต่อหน้าต่อตา เดิมทีซื่อจื่อที่รูปร่างอวบอ้วนกลับซูบผอมลงจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ลมพัดก็แทบจะปลิว รอยแผลในใจของเขาแทบหลั่งเลือด
ที่สำคัญคือ ซื่อจื่อไม่ว่าจะอย่างไรก็กินอะไรไม่ได้ แต่ละวันได้แต่อาศัยยาและน้ำซุปอีกเล็กน้อยประทังชีวิต
บัดนี้ ในที่สุดซื่อจื่อก็กินของกินแล้ว!
หลี่โป๋รู้ดีว่า ผลเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะเด็กสาวที่เขายังไม่รู้สาเหตุนั้น
แม้จะยังคงระแวดระวังเจ้าเด็กนั่น แต่สีหน้าของหลี่โป๋ก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อกินหมดแล้ว เจียงอวิ๋นซุ่ยยังอยากได้อีก จึงเล็งไปที่ของกินอื่นอีก
จี้เยี่ยนอันก็วางภาชนะในมือลงเช่นกัน
หลี่โป๋กระตือรือร้น ดูประหนึ่งพร้อมจะคีบกับข้าวให้เจียงอวิ๋นซุ่ยได้ทุกเมื่อ
เขาอยากลองดู หากเด็กน้อยคนนี้กินมากขึ้นอีก ซื่อจื่อของตนจะกินมากขึ้นตามไปด้วยหรือไม่
ดังนั้น ก่อนที่จี้เยี่ยนอันจะเอ่ย หลี่โป๋ก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อไก่ที่ตนเล็งไว้ใส่ลงในถ้วยน้อยของเจียงอวิ๋นซุ่ยทันที
เจียงอวิ๋นซุ่ยพลันยิ้มหวาน เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเอ่ยคำขอบคุณแก่หลี่โป๋ แล้วก้มหน้าก้มตาตะกละต่อไป
เพียงคำแรก รสเนื้อไก่อ่อนนุ่มชุ่มฉ่ำก็ทำให้นางรู้สึกเป็นสุขยิ่งนัก
อันนี้ก็อร่อยสุดยอดเช่นกัน!
จี้เยี่ยนอันที่กำลังเตรียมถามต่อ: …………
“หลี่โป๋ มือไม้ของท่านยังคงคล่องแคล่วไม่เสื่อมคลายเลยนะ!”
เขากัดฟันกรอด
“ฮิฮิ...ขอบพระทัยซื่อจื่อที่ชม เมื่อครั้งข้ายังหนุ่มนั้นก็เคย...”
น้ำเสียงพูดคุยแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ เพราะหลี่โป๋เพิ่งตระหนักได้ว่า คำพูดและแววตาเช่นนั้นของซื่อจื่อมิใช่การชมเขาแต่อย่างใด
เขาห่อคอยืนอยู่ข้าง ๆ หยุดยิ้มลงทันที
เอาล่ะ ไม่ใช่การชมเขาจริง ๆ
จี้เยี่ยนอันเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองฉากที่ทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจนี้
ให้ไปก็ให้แล้ว งั้นก็กินให้เสร็จเสียก่อนเถิด
แล้วจึง... เขาอดไม่ได้ที่จะกินเนื้อไก่ตามไปอีกเช่นกัน
หลี่โป๋: !!!
บัดนี้ สายตาที่เขามองไปยังเจียงอวิ๋นซุ่ยเปลี่ยนเป็นประกายวาววับ
เจียงอวิ๋นซุ่ย: รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง
นางกอดถ้วยน้อย มองหลี่โป๋ด้วยความระมัดระวัง จากนั้นบิดกายเล็กน้อย เอี้ยวตัวหันหลังให้หลี่โป๋ ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย
ครานี้นางใช้มือจับกินโดยตรง
เพราะว่ากินด้วยช้อนนั้นไม่สะดวกยิ่งนัก เมื่อรีบร้อนจึงจับกินด้วยมือ รื่นรมย์ยิ่ง!
เพียงแต่เมื่อกินเสร็จแล้ว ทั้งปากและมือล้วนมันเยิ้ม
เจียงอวิ๋นซุ่ยมองมือหอมฉุยของตนเอง อยากเลีย
จี้เยี่ยนอันเหมือนจะมองออกว่านางคิดอะไร จึงรีบเอ่ยขึ้น
นี่เขาทนดูไม่ได้จริง ๆ!
“หลี่โป๋!”
“ซื่อจื่อ ท่านว่ามา”
“เช็ดมือนางให้สะอาด”
หากปล่อยให้นางเลียมือต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้ มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว
หลี่โป๋เคลื่อนไหวรวดเร็วนัก ก่อนที่เจียงอวิ๋นซุ่ยจะเริ่มลงมือ มือของนางก็สะอาดแล้ว
เจียงอวิ๋นซุ่ย: :(︶︿︶)
ไม่ถูกใจ
“หากยังอยากกินอีก ก็สานต่อคำถามเมื่อครู่”
ครานี้จี้เยี่ยนอันไม่ให้โอกาสหลี่โป๋ลงมือก่อน รีบถามขึ้นอย่างไม่ทำมาดสง่างามอีก
เจียงอวิ๋นซุ่ยมองดิ่งไปที่ลูกชิ้นเนื้อหมูก้อนใหญ่สิงโตหยก
“ละเลย”
จี้เยี่ยนอัน “เจ้าไม่อยากให้พวกเขาเห็นเจ้า พวกเขาก็จะละเลยเจ้าไป”
เจียงอวิ๋นซุ่ยพยักหน้า พลางชี้ไปที่ลูกชิ้นเนื้อหมูก้อนใหญ่ “ข้าขออันนั้น”
หลี่โป๋ “ได้เลย”