หลังจากภาพมังกรดูดน้ำที่น่าตื่นตะลึงผ่านพ้นไป หมอกหนาโดยรอบก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด
ในที่สุดก็มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวอีกครั้ง
“ชานม เจ้าพอจะเห็นทางลงที่ไหนบ้างหรือไม่”
ชานมบินวนเวียนค้นหาอยู่บนฟ้าครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พบทางที่ดูเหมือนจะลงได้
ทว่าเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยวัชพืชและหนามแหลมเกินไป ต้องบุกเบิกเส้นทางก่อน
จี้ซื่อและพวกเดินนำหน้า ใช้ดาบและกระบี่ในมือฟันตัดพงหนามและหมู่ไม้แหลมคมพวกนั้น
“ไปทางนี้ ระวังกันหน่อย ตะไคร่บนหินลื่นมาก”
สิ้นเสียงของเสิ่นชิงจู๋ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็ลื่นไถล ร่างกลิ้งหลุนลงไปเบื้องล่าง
เสิ่นชิงจู๋คว้ามือนางไว้ ตัวเขาก็พลอยลื่นตามลงไปด้วยเช่นกัน
“อ๊ากกกก!!!”
เสิ่นชิงจู๋ “ซี้ด เจ็บ...”
เจียงอวิ๋นซุ่ยชินเสียแล้ว แต่ที่นี่หินมาก กระแทกตรงนั้นทีตรงนี้ที เจ็บอยู่ไม่น้อย
ส่วนเสิ่นชิงจู๋นั้นเจ็บจริง
เมื่อหยุดลงได้ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็ทำปากย่นร้องครางอยู่บนพื้น
เสิ่นชิงจู๋สลบไปแล้ว หน้าผากยังมีเลือดไหล
ดูน่าสงสารกว่าเสียอีก
คนข้างบนเร่งรุดลงมา บ้างก็เหยียบตะไคร่ลื่นไถล
เสียงกระแทกเปรี้ยงปร้างสลับกับเสียงร้องโหยหวนดังมาไม่หยุด
สุดท้ายทุกคนล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น มีเพียงเจียงอวิ๋นซุ่ยที่ชินกับการตกกระแทกแล้วเท่านั้นที่ยังกระโดดโลดเต้นเป็นปกติ
นางกำโอสถไว้ในมือ ป้อนเข้าปากคนละเม็ด
“ซื่อซื่อ พวกเจ้าไม่เป็นไรกระมัง”
