“เป็นนายใช่ไหมที่ผนึกเวทมนตร์ของฉันไว้!”
ฉูฟู่พบตัวการต้นเหตุแล้ว
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งให้ตัวสำเนาทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตี
แต่พอเข้าใกล้ ก็ถูกตาข่ายไฟฟ้าข้างหอคอยช็อตจนตัวไหม้เกรียม ตัวสำเนาตายลง ก่อนจะกลายเป็นแสงสีขาวหายไป
ทว่าเหล่าผู้เล่นก็ยังกรูกันเข้าไปไม่หยุด
ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ผู้เล่นที่บุกเข้ามาจึงทำอะไรไม่ได้มากนัก การโจมตีระยะไกลต้องพึ่งธนูเท่านั้น
แต่ยิงใส่ทูตเทพบนหอคอย ก็ยังเจาะเกราะไม่เข้า
ค่าเกราะคือพลังชีวิตของอีกฝ่าย แต่ตอนนี้กลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย
“ให้ฉันจัดการเอง!”
เซี่ยหลินรวบรวมอาวุธทั้งหมดให้กลายเป็นดาบยาว
แทบจะขนเอาอาวุธทั้งหมดของกิลด์เถาหนามมาด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น หากมีอาวุธของผู้เล่นตกอยู่ เขาก็ฉวยโอกาสเก็บมาใช้ควบคุมด้วย
แถมยังหยิบเศษโลหะที่ตกอยู่ในบริเวณนั้นมาทุบไม่กี่ที ไม่นานก็สร้างดาบหยาบ ๆ ขึ้นมาได้เล่มหนึ่ง
ในฐานะเทพดาบ ไม่ว่าอาวุธจะมีรูปร่างแบบไหน ขอแค่เป็นอาวุธ ก็กลายเป็นอาวุธวิเศษในมือเขาได้ทั้งนั้น
หลังจากสร้างตัวสำเนาขึ้นมานับไม่ถ้วน เขาก็รีบประกอบมันขึ้นเป็นสกิลเขตแดนรูปแบบใหม่ นั่นคือแผนการดาบ
ดาบยักษ์ขนาดมหึมาที่มีความยาวถึงหนึ่งพันเมตรก่อตัวขึ้น
“มาเลย ลองชิมดาบทางช้างเผือกของฉันดู ดาบฟันทางช้างเผือก!”
ดาบยาวของเซี่ยหลินรวมตัวเข้าด้วยกัน อาวุธคุณภาพสูงเหล่านั้นมีเอฟเฟกต์แสงระยิบระยับติดมาด้วย เมื่อรวมกันบนท้องฟ้า จึงเปล่งประกายพร่างพราวราวกับหมู่ดาวที่ส่องแสงอยู่บนฟากฟ้า
ทางช้างเผือกหมุนวน ดาบฟันลงมาในคราเดียว
ในฐานะนักเลงเกม เขารู้ดีที่สุดว่าต้องสังเกตหาจุดอ่อนของศัตรู
