แม้เสียงของฉูฟู่จะอ่อนหวานและฟังดูเปราะบาง แต่เธอก็พูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ หนักแน่นเป็นอย่างยิ่ง
คนรอบข้างพากันฮือฮา
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่ผู้ชมในไลฟ์ก็ยังพากันด่ากราด
“ไอ้ขโมย! ยังจะปากแข็งอีกเหรอ?”
“คนของสตูดิโอโหยวหลงนี่ไร้ยางอายจริง ๆ ของที่คนอื่นวางไว้ตรงนั้น พอมาถึงก็หยิบไปหน้าตาเฉย แถมยังด่าคนอื่นว่าไร้มารยาทอีก”
“คราวนี้ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่ามันจะแก้ตัวยังไง!”
คนของสตูดิโอโหยวหลงต่างอับอายจนทำอะไรไม่ถูก
แต่โหยวหลงจูเหย่ก็สมกับเป็นหัวหน้าทีมที่ได้รับค่าจ้างสูง เขาคิดหาทางออกได้แทบจะในทันที แล้วดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อพูดว่า
“ทำไมพวกคุณถึงฆ่าคนของเรา? เขาเป็นฝ่ายการเงินของสตูดิโอเรา เหรียญทองพวกนี้เป็นเงินทุนของสตูดิโอเรา!
อีกอย่าง เขาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ระดับ S คุณฆ่าเขาไป รู้ไหมว่าสร้างความเสียหายให้สตูดิโอโหยวหลงของเรามากแค่ไหน?
รีบชุบชีวิตเขาขึ้นมาเดี๋ยวนี้! ถ้าทำแบบนั้น เรื่องนี้ฉันจะไม่เอาความ ไม่อย่างนั้น สตูดิโอโหยวหลงของเราไม่ได้มีคนอยู่แค่ในเซิร์ฟเวอร์นี้เท่านั้น เรายังมีคนอยู่ในเขตอื่นอีก
สตูดิโอโหยวหลงไม่ใช่พวกที่คนอย่างพวกคุณจะมารังแกได้!”
เขาพูดอย่างปากกล้าขาสั่น
มุมปากของฉูฟู่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มซุกซนแฝงความเจ้าเล่ห์อยู่จาง ๆ
ถ้าเขาไม่ได้มีพรสวรรค์ระดับ S เธอคงไม่ลงมือฆ่าด้วยซ้ำ!
หลังฉูฟู่มาถึง เธอก็สอบถามสถานการณ์ และคนแรกที่ถามก็คือหลินเหราวั่น แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่เห็นใครเลย แม้แต่คนที่เข้ามาใกล้ก็ยังแทบไม่มี
