ฉูฟู่กลุ้มใจอยู่ครู่หนึ่ง
“ฉันก็อยากนะ แต่ก็ไม่รู้จะติดต่อยังไง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองอยู่โรงพยาบาลไหน เบอร์โทรศัพท์ของพี่ชายฉันก็จำไม่ได้!
ฉันรู้แค่ว่าเขาจัดแคปซูลเกมให้ฉัน แล้วก็ฝากพี่พยาบาลให้ดูแลฉันอย่างดี คอยเติมสารอาหารให้ด้วย”
เพราะฉูฟู่ทะลุมิติมา ส่วนเจ้าของร่างเดิมหมดสติกลายเป็นผู้ป่วยภาวะผักมาตั้งแต่สามปีก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นคนสนิทที่สุด เบอร์โทรศัพท์ก็มีแต่เก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ไม่จำเป็นต้องจำขึ้นใจ
เป็นแบบนี้แล้ว ย่อมขาดการติดต่อกันไปโดยปริยาย
ช่างเย็บแผลมือเทพพูดอย่างระมัดระวังว่า “แคปซูลเกมเครื่องละหนึ่งล้าน แถมพี่ชายเธอยังจัดพยาบาลมาดูแลอีก ไม่ว่าจะโรงพยาบาลไหนก็ต้องทำให้คนตกใจทั้งนั้น เดี๋ยวฉันช่วยถามรุ่นพี่รุ่นน้องให้ ดูว่ามีใครรู้ข่าวของเธอบ้างไหม”
“ได้เลย ฉันชื่อฉูฟู่ พี่ชายฉันชื่อฉูเฟิง” ฉูฟู่บอก
ตอนนั้นใครมันตาบอดอะกำลังช่วยตีมอนสเตอร์อยู่ข้างหน้า พอได้ยินเสียงนี้ ร่างของเขาก็ชะงักไป
เขาอยากถอดผ้าปิดตาแล้วหันกลับไปมอง แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนั้นแล้วท่าทางคงแปลกพิลึก
มิน่าล่ะ...
มิน่าล่ะ เธอถึงช่วยตีสตูดิโอหวนอวี่ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
แต่เมื่อนึกได้ว่ายังมีคนนอกอยู่ ใครมันตาบอดอะก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ตั้งหน้าตั้งตาตีมอนสเตอร์อย่างเดียว
“ฉันจะช่วยติดต่อให้ด้วยนะ ฉันมีญาติเป็นหมอ” เสิ่นฉื่อพูดเสียงเบา
“ดีเลย! พอติดต่อพี่ชายได้แล้ว ฉันจะถามเรื่องคู่มือผ่านด่านกับภารกิจลับอะไรพวกนั้นเพิ่มอีก!”
ฉูฟู่คิดว่าไม่มีอะไรที่แบ่งปันกันไม่ได้
ตอนอ่านหนังสือ เธอมักมีความคิดประหลาดอย่างหนึ่งอยู่ในใจ
ฉูเฟิงเลือกเดินเส้นทางหมาป่าเดียวดาย ทุกอย่างหามาได้ด้วยตัวเอง จนกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างไร้เทียมทาน แต่เส้นทางนี้ทั้งโดดเดี่ยวและไร้พลังเหลือเกิน
ในหนังสือ พอถึงท้ายเรื่อง เขาต้องรับมือกับคลื่นสัตว์อสูรเพียงลำพัง แต่กลับมีเพื่อนร่วมชาติไม่น้อยที่ต้องตาย เมืองถูกทำลายล้างก็เป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
