ฉูฟู่ไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึงฉากจบนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในวินาทีนี้ ฉูฟู่รู้สึกว่าไหล่ผอมบางของตัวเองกำลังแบกรับน้ำหนักที่ไม่ควรเป็นภาระของคนวัยเท่านี้
เดิมทีเธอตั้งใจจะเกาะขาพี่ชายแท้ ๆ
แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นตัวแปรเสียแล้ว
เธอก็แค่พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งเองนะ!
จะให้ทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
แต่ไม่นานนัก ฉูฟู่ก็ฝืนต้านแรงกดดันไว้ได้ แถมยังฮึดสู้ขึ้นมาอีกด้วย
แต่ก่อนเธอไม่ได้ถึงกับปล่อยตัวตามสบาย ทว่ามักรู้สึกว่ามีพี่ชายคอยคุ้มกะลาหัวอยู่
ตอนนี้พอรู้ว่าพี่ชายอาจพึ่งพาไม่ได้เสมอไป ฉูฟู่ก็ลุกขึ้นทันที ตั้งใจจะช่วยพี่ชายแบกรับเรื่องราวต่าง ๆ บ้าง
เธอยังเตือนหลี่เหวยเจิ้งให้ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งด้วย
“การวิเคราะห์ของหน่วยวิเคราะห์ถูกต้องแล้ว เรื่องเวลาน่าจะตรงตามนั้น
แต่คลื่นสัตว์อสูรไม่ได้มีแค่ความเป็นไปได้ว่าจะปรากฏในวันที่สิบหลังเปิดหมู่บ้านผู้เริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอีกความเป็นไปได้หนึ่ง คือเมื่อมีคนหนึ่งพันคนขึ้นถึงเลเวลสิบ
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเลเวลสิบเองก็เป็นตัวแปรอย่างหนึ่งหรือเปล่า
เพราะฉะนั้น ฉันขอเสนอให้ทางการเร่งประชาสัมพันธ์ประตูปฐมกาล ให้ทุกคนเข้าเล่นเกม หรือจะทำให้เป็นเกมที่คนทั้งประเทศเล่นก็ได้
บางทีในชั่วขณะที่การรุกรานของเกมเริ่มต้นขึ้น ทุกคนอาจได้รับพลังระดับเลเวลสิบด้วยก็ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเกมรุกรานโลกจริง ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านต่าง ๆ นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะประตูปฐมกาลขยายระยะทางออกไปเป็นร้อยเท่า
เขตท่องเที่ยววั่งซี บ่อบัว ป้อมเทียนเหอ และร่องหินดำ สถานที่พวกนี้ในโลกจริงห่างกันแค่ประมาณหนึ่งกิโลเมตรเองนะ!”
