หนึ่ง: เลื่อนระดับกิลด์ขึ้นเป็นระดับ 4
สอง: ก่อตั้งกิลด์เถาหนามสาขา
หลังจากล่าเทพทูตเทพครั้งนี้ ผู้เล่นพรสวรรค์ระดับเอสในกิลด์เถาหนามก็มีจำนวนเกือบครึ่งกิลด์แล้ว
นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอิสระจำนวนมากในนครเถาหนามที่กลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับเอส แต่กิลด์เถาหนามก็รับคนเต็มแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงผู้เล่นพรสวรรค์ระดับเอและระดับบีที่มีศักยภาพอีกมาก
ตอนนี้สตูดิโอเถาหนามมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เข้าร่วมสตูดิโอแล้วแต่ยังไม่มีกิลด์
เมื่อไม่มีกิลด์ ก็ไม่มีคลังและไม่มีระบบแลกค่าการมีส่วนร่วม สวัสดิการจึงเสียเปรียบ
ยิ่งไปกว่านั้น
กิลด์จิตวิญญาณแห่งนักรบเชิญพวกเขาหลายครั้งแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมออกจากนครเถาหนาม
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทาง ฉูฟู่จึงตัดสินใจก่อตั้งกิลด์เถาหนามสาขา
ตอนนี้เธอวางแผนจะตั้งกิลด์สามแห่ง แต่คนที่จะมาเป็นประธานกิลด์ต้องเป็นคนของตัวเองเท่านั้น
เธอตั้งใจจะปรึกษาทุกคนก่อน
ที่จริงเธออยากให้เสิ่นฉื่อ เซี่ยหลิน และเจียวเจียวไม่เจี๋ยว แต่ละคนเป็นประธานกิลด์สาขาแห่งหนึ่ง
ถึงอย่างไรทั้งสามคนก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เหมือนกัน
แต่ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนจะปฏิเสธ
“ฉันเป็นสายเทคนิค เวลาที่อยู่หน้าโต๊ะประกอบชิ้นงานยังมากกว่าเวลาตีมอนสเตอร์อีก ไม่อยากไปบริหารกิลด์หรอก!” เสิ่นฉื่อพูด
ส่วนเซี่ยหลินยิ่งตรงไปตรงมา “ขืนรับตำแหน่งก็เสียเวลาตีดาบ ฉันไม่เอา”
ฉูฟู่พูดไม่ออก
“แล้วพี่เจียว พี่ซางโชว์ กับคุณเฟิงคิดยังไงบ้าง สนใจเป็นประธานกิลด์สาขาไหม?”
“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปพวกเรายังอยู่ทีมเดียวกันไหม?” เจียวเจียวไม่เจี๋ยวทำใจแยกจากฉูฟู่ไม่ได้ ถ้าการเป็นประธานกิลด์สาขาต้องทำให้แยกทีมกัน เธอไม่เอาเด็ดขาด
