“พี่เป๋าชวนคะ ทำไมไม่เคยเห็นพี่พาคนรักออกมาเลย พวกพี่คงไม่เคยไปเดตกันเลยใช่ไหมคะ?”
“คนรักของฉันต้องทำงาน รอเลิกงานถึงจะมีเวลาออกมา จะเหมือนพวกเธอที่ว่างขนาดนี้ได้ยังไง”
“พี่เป๋าชวนคะ ได้ยินมาว่าคนรักของพี่เป็นเลขาของลุงรองจริงเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว ทำไมเหรอ?”
“ลุงรองกับพ่อพี่ไม่ถูกกัน ลุงรองจะดีกับพี่มากกว่าลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองได้ยังไงคะ?”
“ทำไมจะไม่ได้ เมื่อก่อนลุงรองยังให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างหวังเป๋าเก้นมาคอยเอาใจฉัน ฉันชี้ไปทางไหน เขาก็ทำตามหมด ต่อให้ฉันก่อเรื่อง ลุงรองก็ยังช่วยรับผิดแทนฉัน
ตอนนี้หวังเป๋าเก้นหมดสภาพไปแล้ว ลุงรองยิ่งดีกับฉันเข้าไปใหญ่ อยากได้อะไรก็ให้หมด เวลาขอเงินพ่อแม่ยังต้องตื๊ออยู่นาน แต่แค่ฉันเอ่ยปาก ลุงรองก็ให้ทันที ใจกว้างขนาดไหนล่ะ”
หวังเป๋าชวนภาคภูมิใจเป็นที่สุด ถึงพ่อแม่จะถูกพักงาน เขาก็ยังมีลุงรอง
ยิ่งไปกว่านั้น คนรักของเขายังเป็นเลขาของลุงรองอีก ลุงรองรักเขามากแค่ไหนกันล่ะ
“ถ้าลุงรองรักพี่ขนาดนั้นจริง พี่ก็ไปช่วยขอลางานให้คนรักสิคะ จะได้ลองดูว่าลุงรองดีกับพี่จริง ๆ หรือแค่เสแสร้ง”
หวังเป๋าชวนได้ยินแล้วก็เริ่มหวั่นไหว พ่อแม่ถูกสอบสวน ทรัพย์สินในบ้านก็ถูกตรวจค้น
คนทั้งบ้านยังปิดเรื่องนี้ไว้ ไม่ให้คุณปู่ที่กำลังป่วยรู้
เขามีเงินอยู่เท่าไรก็ใช้เท่านั้น ส่วนย่าเลี้ยงก็ไม่ได้คิดดีกับเขา จึงทำได้เพียงไปขอเงินจากลุงรอง
เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าลุงรองดีกับเขาจริงหรือเปล่า
หวังเป๋าชวนแตกต่างจากหวังเป๋าเก้นที่มีหุ่นอ้วนกลมเหมือนถังน้ำมัน เขาสูงราวหนึ่งเมตรเจ็ดสิบ หน้าบาน คิ้วเข้มตาโต จมูกโด่งเป็นสัน ตาขาวสามส่วน ปากกว้าง และมีฟันเหลืองจากการสูบบุหรี่
เขาสวมชุดจงซานสีเข้มกับรองเท้าหนังสีดำ เวลาจะเดินก็มักเอามือไพล่หลัง วางท่าราวกับเป็นข้าราชการระดับสูง
