แต่เช้าตรู่ โทรศัพท์ที่บ้านก็ดังขึ้น
เมื่อคืนหลู่ซื่อเหว่ยกับหยูเจาจ้าวหยอกล้อกันจนดึกดื่น ป่านนี้เขาจึงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารเช้า
พอกลับมา เขาก็ให้พี่เลี้ยงที่บ้านหยุดพัก
เพิ่งหกโมงเอง ใครจะโทรมาแต่เช้าขนาดนี้?
หลู่ซื่อเหว่ยรับสาย เพิ่งเอ่ยว่า “ฮัลโหล” ปลายสายก็มีเสียงของสือกวงดังขึ้น
“เอ๊ะ พี่ใหญ่ พี่กลับมาอยู่บ้านที่เมืองจวนแล้วเหรอ?”
“เมื่อวานเพิ่งกลับมา เอ็งโทรมามีธุระอะไรหรือเปล่า ว่าง ๆ ก็พาน้องสะใภ้กับจวินจวินและเวยเวยขึ้นมาเยี่ยมกันบ้าง หมู่บ้านวิลล่าที่พี่สะใภ้สร้างกำลังอยู่ในช่วงตรวจรับงาน จะยกให้เอ็งหนึ่งหลัง หาเวลาขึ้นมาจัดการเรื่องเอกสารได้เลย”
“โอ้โห แบบนี้จะดีเหรอครับ?”
สือกวงรีบกล่าวว่า
“พี่ใหญ่ แบบนี้ไม่เหมาะแน่ ๆ ผมรู้ว่าหมู่บ้านวิลล่านั้นอยู่ในทำเลแบบไหน วิลล่าสามชั้นหนึ่งหลังมีมูลค่าไม่น้อย ผมจะรับของมีค่าขนาดนี้จากพวกพี่ได้ยังไง
หลายปีมานี้พี่สะใภ้ทุ่มเทสร้างธุรกิจมาอย่างยากลำบาก ผมจะไปเอาเปรียบแบบนี้ได้ยังไงครับ”
“พี่สะใภ้ให้พวกเอ็งก็รับไว้เถอะ เธอจดจำความช่วยเหลือของพวกเอ็งมาตลอด ตั้งแต่พ่อแม่เกษียณ พวกเอ็งก็อยู่ข้างกายคอยดูแลพวกท่านมาตลอด”
หลายปีมานี้ หลู่ซื่อเหว่ยพยายามไต่เต้าขึ้นไป
พ่อแม่อายุมากขึ้นทุกวัน สักวันก็ต้องเกษียณ
ภรรยาทำธุรกิจ หากเขาไม่ไต่เต้าให้สูงขึ้น ธุรกิจย่อมทำได้ไม่ราบรื่นนัก
ตั้งแต่หยูเจาจ้าวเริ่มทำธุรกิจ หลู่ซื่อเหว่ยก็หันมาศึกษาเรื่องแวดวงธุรกิจ การต่อสู้ในโลกธุรกิจไม่ได้มีแค่การซื้อขายเท่านั้น
ยังมีการขับเคี่ยวทั้งอย่างเปิดเผยและลับหลังอีกมากมาย
ภัตตาคารที่ภรรยาเปิดก็รุ่งเรืองมาก อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารสดและอาหารแช่แข็งอีกหลายประเภท
ยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้านแบ่งให้พนักงาน และสร้างหมู่บ้านวิลล่าเพื่อขาย จึงไม่รู้ว่ามีคนอิจฉากันมากแค่ไหน
