วันนี้โจวเหิงก็ไม่คิดจะเอาใบเจี้ยนมู่ไปขายอีกแล้ว
เหตุผลข้อหนึ่งคือ หนึ่งแสนหยวนสหพันธ์เป็นราคารับซื้อของสหพันธ์ ราคานี้ค่อนข้างต่ำ สู้เก็บสะสมไว้แล้วค่อยขายให้คนที่ต้องการภายหลังไม่ได้
อีกเหตุผลคือเขาไม่อยากเปิดเผยข้อมูลมากเกินไป จะได้ไม่ตกอยู่ในปัญหาวุ่นวายจนกระทบแผนการฝึกฝน
ในมือมีเงิน 5.28 ล้านหยวนสหพันธ์ โจวเหิงเริ่มทุ่มเงินไม่ยั้ง
ถึงเวลาเริ่มฝึกฝนวิถียุทธ์กับวิถีเซียนแล้ว
เงินหนึ่งล้านหยวนสหพันธ์ถูกหักออกไป แลกกับทรัพยากรฝึกฝนที่เพียงพอให้โจวเหิงฝึกวิถียุทธ์และวิถีเซียนจนถึงจุดสูงสุดของขั้นหนึ่ง ระหว่างนั้นหากคุณสมบัติการฝึกฝนของเขาพัฒนาขึ้น ก็จะมีทรัพยากรพอให้ฝึกถึงขั้นสอง
ส่วนเงินที่เหลืออีก 4.28 ล้านหยวนสหพันธ์ โจวเหิงตั้งใจเก็บไว้ก่อน รอให้วิถียุทธ์กับวิถีเซียนฝึกฝนไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ค่อยลงทุนกับเส้นทางจอมเวทบัตรวิญญาณและนักปราบสัตว์ ใช้พลังของการทุ่มเงินยกระดับวิถีทั้งสอง
ไม่มีเงินก็ทำได้แค่เล่นแบบคนธรรมดา แต่ตอนนี้มีเงินแล้ว ย่อมต้องฟุ่มเฟือยกันสักหน่อย ฝึกฝนด้วยการทุ่มเงิน
“บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่าโชคกับเคราะห์พึ่งพากัน”
เมื่อมองยอดเงินคงเหลือ 4.28 ล้านหยวนสหพันธ์ โจวเหิงก็เข้าใจหลักการที่ว่าโชคกับเคราะห์พึ่งพากันมากขึ้น
สิบเอ็ดโมงเช้า โจวเหิงจัดเก็บทรัพยากรฝึกฝนที่ทยอยส่งมาถึงไว้ในห้องฝึกฝนเรียบร้อย จากนั้นก็เตรียมออกไปพบปะกับเพื่อน ๆ นี่คืองานจิปาถะอย่างเดียวที่เขาต้องจัดการในวันนี้
สถานที่นัดพบเป็นร้านเดิม ร้านอาหารที่มีห้องส่วนตัว ค่าอาหารเฉลี่ยคนละสองร้อยหยวนสหพันธ์ ไม่แพงนัก พวกนักเรียนอย่างพวกเขาจ่ายไหว
“พี่เหิง วันนี้ดูมั่นใจจังนะ”
“หยางจื่อ นายก็เหมือนกัน ดูท่าทั้งพรสวรรค์กับคุณสมบัติการฝึกฝนคงไม่เลวสินะ”
“ฮี่ ๆ ก็ไม่เลวจริง ๆ นั่นแหละ”
ในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร โจวเหิงมาถึงก่อนใคร เขาสั่งอาหารจานโปรดของตัวเองกับเพื่อน ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนหยางจื่อเป็นคนที่สองที่มาถึง
หยางจื่อมีชื่อจริงว่าหวังหยาง เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของโจวเหิง
