เสียงของลู่จือสิงนั้นไม่ดังนัก แต่ในจัตุรัสที่เงียบสงัดกลับชัดเจนเป็นพิเศษ
คำพูดของผู้คุมสอบติดค้างอยู่ที่ลำคอ เขาหันไปมองลู่จือสิง
ลู่จือสิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปยังโต๊ะปรุงยาของตน มองดูไออุ่นที่กำลังค่อยๆ จางหายไปในเตา น้ำเสียงสงบนิ่ง
“การแข่งขันยังเหลืออีกยี่สิบนาทีไม่ใช่หรือ?”
ผู้คุมสอบตะลึงงัน เขาก้มลงมองนาฬิกาจับเวลา แล้วเงยหน้าขึ้นมองลู่จือสิงอีกครั้ง
“ใช่ ยังเหลืออีกยี่สิบนาที...แต่เตาปรุงยาของนายระเบิดไปแล้ว...”
เขาไม่ได้พูดต่อจนจบ แต่ความหมายนั้นชัดเจน:
นายคิดจะใช้เวลายี่สิบนาทีทำน้ำยาขึ้นมาใหม่ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
บนอัฒจันทร์เองก็เกิดเสียงเซ็งแซ่
“เตาก็พัง วัตถุดิบก็เสียหาย ยี่สิบนาทีไม่มีทางทำน้ำยาขึ้นมาใหม่ทันหรอก”
“เขายังจะสู้อีกเหรอ? เป็นไปไม่ได้แล้ว ต่อให้อัจฉริยะแค่ไหนก็ยังต้องใช้เวลา”
“เขาไม่ได้คิดจะยอมแพ้ แต่จะเริ่มต้นใหม่เนี่ยนะ? นี่มันต้องมั่นใจขนาดไหนกัน?”
ผู้คุมสอบถอนหายใจ
“ในเมื่อนายจะทำต่อ ก็ทำต่อไปเถอะ ฉันจะให้คนไปเอาเตาปรุงยามาให้นายใหม่”
เขากำลังจะเรียกเจ้าหน้าที่ข้างๆ——
“ไม่ต้องใช้เตาปรุงยา” ลู่จือสิงกล่าว
ทั่วทั้งสถานที่เงียบกริบในพริบตา
มือของผู้คุมสอบค้างกลางอากาศ เขาหันไปมองลู่จือสิง เหมือนกำลังเช็กว่าตัวเองฟังผิดหรือไม่
“……ว่าไงนะ? ไม่ต้องใช้เตาปรุงยา?”
