รถม้าลาเขย่าโคลงเคลงไปเรื่อย ๆ จนบ่ายสี่กว่า ๆ จึงกลับมาถึงหมู่บ้าน
โจวหยางไม่ได้กลับบ้านตัวเอง เพราะเวลานี้ที่บ้านต้องไม่มีคนแน่ ๆ
ช่วงนี้ชาวบ้านเร่งรีบสูบน้ำเข้าที่นา ทุกคนแทบจะลงไปทำงานในไร่กันหมด หลี่โหย่วเวยก็เช่นกัน
โจวหยางจึงตามหลี่เฟิงเหนียนมาที่บ้านใหญ่เพื่อดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง
พอรถม้าจอดที่หน้าประตูบ้านใหญ่ ก็เห็นแม่ยายจางกุ้ยหยิงรีบวิ่งออกจากลานบ้าน พลางยื่นมือไปรับเด็กอ้วนน้อยหลี่อันมาจากมือจงนาด้วยรอยยิ้ม
พร้อมกับพูดจาไพเราะต่าง ๆ นานา น้ำเสียงตื่นเต้นจนแทบจะล้นออกมา
หลี่กั๋วเฉียงช่วยพยุงจงนาลงจากรถและพาเข้าบ้าน กลัวลมจะเข้า
ส่วนโจวหยางก็ช่วยหลี่เฟิงเหนียนขนของเข้าลานบ้าน
จงนาอยู่โรงพยาบาลหลายสิบวัน ของเลยเยอะจริง ๆ
ของพวกนี้มีทั้งของใช้ส่วนตัวที่เธอเอามาจากบ้านไปโรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่ส่วนใหญ่เป็นของฝากและของใช้เด็กจากคนอื่น ๆ
อย่างเช่น พ่อแม่ของจงเจี๋ยอันพอรู้ว่าลูกสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็ตกใจมาก นึกไม่ถึงว่าเกือบได้พบกันในปรโลก
หลังจากนั้น สองสามีภรรยาก็ซื้อของให้จงนาไม่น้อย แค่น้ำตาลทรายแดงสำหรับอยู่ไฟเดือนก็ซื้อมาสี่ห้ากิโล กรุด้วยขวดโหล
นอกจากนี้ พี่ชายและพี่สะใภ้ของจงนาก็ซื้อของมาให้อีก นมผงมอลต์ ขนมบิสกิต ขนมหวาน น้ำผึ้ง ไข่ไก่ มีครบทุกอย่าง ขนกันมาเกือบครึ่งคันรถ
พอขนของไปเก็บในห้องของหลี่กั๋วเฉียงกับภรรยาเสร็จ จางกุ้ยหยิงก็หยิบผ้าแดงขนาดหนึ่งศอกออกมาจากในบ้าน ให้โจวหยางไปแขวนไว้หน้าประตู
