หลังจากกลับจากคอกสัตว์ โจวหยางก็หมกตัวอยู่ที่ที่ทำการคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อแปลต้นฉบับทั้งวัน
ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านรู้แล้วว่าโจวหยางกำลังทำงานให้ประเทศชาติ และเป็นงานลับสุดยอด จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เขา กลัวว่าจะเผลอทำความลับของชาติรั่วไหล
แต่ก็มีปัญญาชนหนุ่มสาวจากเมืองหลายคนที่คิดว่าตัวเองเรียนเก่งแวะเวียนมาหาเขา ด้วยจุดประสงค์ชัดเจน อยากถามโจวหยางว่างานแบบนี้พวกเขาทำได้หรือเปล่า
โจวหยางก็ไม่ตระหนี่ หยิบหนังสือเรียนภาษาอังกฤษฉบับดั้งเดิมยื่นให้พวกเขา พร้อมบอกว่าถ้าใครแปลได้ เขาจะแนะนำให้เป็นนักแปล
แต่ทว่าคนพวกนี้ความรู้ภาษาจีนก็ธรรมดา ส่วนภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง
พอเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษยาวสลับซับซ้อนเต็มเล่ม ต่างก็เหวอไปตาม ๆ กัน
พวกเขานึกว่าพื้นฐานการศึกษาของตัวเองก็ไม่ได้ห่างโจวหยางเท่าไหร่ ไม่มีทางที่เขาทำได้แล้วพวกเขาจะทำไม่ได้
แต่พอเห็นของจริงแล้วก็หมดความคิดนั้น งานนี้พวกเขาทำไม่ได้จริง ๆ
หลังจากส่งปัญญาชนหนุ่มสาวที่อยากเปลี่ยนชะตาชีวิตกลับไปแล้ว โจวหยางก็เงียบสงบขึ้นมาก
ความเร็วในการแปลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พอถึงเที่ยง เขาก็แปลหนังสือเรียนฟิสิกส์ทั้งเล่มเสร็จเรียบร้อย
มองดูต้นฉบับที่เขียนเสร็จเป็นกองหนา โจวหยางรู้สึกประสบความสำเร็จเต็มเปี่ยม!
ตามข้อกำหนด ต้นฉบับที่เขาแปลเสร็จเหล่านี้ หลังผ่านการตรวจทานและอนุมัติแล้ว จะถูกใช้เป็นตำราเรียนหรือหนังสือคู่มือเรียนของสถาบันอุดมศึกษา และชื่อของเขาก็จะปรากฏบนปกหนังสือด้วย
ถึงโจวหยางจะไม่แยแสกับชื่อเสียงลม ๆ แล้ง ๆ พวกนี้เท่าไหร่ เพราะชาติที่แล้วเขาเป็นนักวิชาการสองสถาบันของหัวกั๋ว เป็นบุคคลสำคัญของชาติจริง ๆ จะไปแยแสชื่อเสียงจอมปลอมแบบนี้ได้อย่างไร
