หลังจากตัดสินใจเงียบ ๆ ว่าจะตอบแทนเซินจี้ด้วยความรู้สึกที่เท่าเทียมกัน ความรู้สึกผิดในใจของเจียงเย่าก็เบาบางลงในที่สุด
พอจิตใจผ่อนคลาย คนเราก็มักจะง่วง
เจียงเย่าพิงพนักเก้าอี้ หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่หลายครั้งโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งรถจอดลง
“ถึงแล้วเหรอ?” เธอลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แล้วมองออกไปข้างนอก
วันนี้อากาศแจ่มใส ทั้งสองออกเดินทางกันค่อนข้างเช้า เธอดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า
ท้องฟ้าด้านนอกยังคงสดใส แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอคิดไปเองหรือเปล่า ถึงรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกอยู่บ้าง
เจียงเย่าถูแขนโดยไม่รู้ตัว แล้วหันไปมองเซินจี้ “ที่นี่เหรอ?”
“อืม” เซินจี้ละสายตาจากป้าย “โรงแรมน้ำพุร้อนนานาชาติอานซี” แล้วหันไปมองเจียงเย่าที่กำลังตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น “ไปที่โรงแรมก่อน เอาของไปเก็บให้เรียบร้อย”
“อือ ๆ”
เจียงเย่าไม่เคยแช่น้ำพุร้อนมาก่อน ตอนนี้จึงรู้สึกแปลกใหม่เป็นพิเศษ
เซินจี้ขับรถไปจอดในบริเวณที่กำหนดตามป้ายบอกทางของโรงแรม พอจอดเรียบร้อย พนักงานของโรงแรมก็เดินเข้ามา
“มาพักผ่อนแช่น้ำพุร้อนกันหรือครับ จองห้องไว้แล้วหรือยังครับ?”
สายตาของเจียงเย่าหยุดอยู่ที่ป้ายชื่อบนอกพนักงาน แล้วพบว่าเขาชื่อ “หลอหัง”
หลอหังดูอายุราวยี่สิบต้น ๆ หน้าตาสะอาดสะอ้าน สายตาจับจ้องใบหน้าของเธออยู่ตลอด เวลามองเธอก็จะยิ้มเขิน ๆ ดูคล้ายกับนักศึกษามหาวิทยาลัย
