เลขานุการเจิ้งแสดงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า เป็นสัญญาณให้เธอพูดต่อ
สือเจียอีจำได้ว่า ตอนแรกผู้นำก็เคยพูดถึงชายฝั่งทั้งสองแห่งนี้เช่นกัน ถึงขั้นวางระบบป้องกันไว้แล้วด้วย
อย่างเช่น เครือข่ายอุโมงค์ กับระเบิด ป้อมหลบภัย และกับดักมรณะอื่น ๆ จัดวางไว้อย่างรัดกุมมาก
แต่เธอไม่สะดวกใจที่จะเปิดเผยแผนการขั้นต่อไปทั้งหมดในที่นี้ เพราะใครจะรู้ว่ามีสายลับแฝงตัวอยู่หรือไม่ จึงพูดอย่างคลุมเครือว่า
“ทหารอาสาของเราต้องเตรียมการป้องกันไว้แล้วแน่นอน ตอนนี้เรามาลองสมมติอีกแบบหนึ่ง ถ้าพวกเขาไม่ยกพลขึ้นบกจากสองจุดนี้ แล้วที่อื่นล่ะ จะไม่ป้องกันเลยหรือคะ”
เธอวางชอล์กลง
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้าศึกต้องเปิดฉากบุกครั้งใหญ่เพื่อผลทางการเมืองอย่างแน่นอน ดิฉันเดาว่า พวกเขาอาจจะเลือกแนวรบด้านหน้า ซึ่งก็คือยอดเขาสำคัญสักแห่ง แล้วระดมยิงโจมตีอย่างหนักหน่วง โดยมีเป้าหมายเพื่อบั่นทอนกำลังหรือยึดจุดนั้น และวิธีรับมือของเรา ทางที่ดีคืออาศัยที่มั่นอันแข็งแกร่ง ใช้ยุทธวิธีแบบสงครามกองโจร ค่อย ๆ บั่นทอนพวกเขาทีละน้อย!”
“แบบนี้ ไม่ว่าแผนจะมาจากทางทะเลหรือทางบก ก็ถูกทำลายราบคาบได้หมด”
“ส่วนปัญหาทางอากาศ เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจดี ในการรบทางอากาศ แม้กองทัพเราไม่ได้เปรียบ แต่ประเทศก็ทุ่มเทฝึกนักบินฝีมือดีไว้ไม่น้อยแล้ว”
สุดท้ายแล้ว เธอจำได้ว่าตอนแรกกองทัพสหรัฐลองหยั่งเชิงทางบกอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเปิดฉากสงครามทางอากาศ แต่ลงท้าย ฝ่ายตรงข้ามกลับแสดงฝีมือได้ไม่เหนือกว่า และถูกทำลายเครื่องบินรบไปไม่น้อย
