ออกจากสำนักงานมา อู๋ฮั่นเฟิงไม่ได้รีบกลับบ้านโดยตรง
แต่ไปที่ห้างและซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อเนื้อและของขวัญมาเพียบ
จ่ายเงินได้อย่างสบายใจ ไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด
คนขับรถมองเขาหิ้วถุงใหญ่ถุงเล็กขึ้นรถ อดถามไม่ได้ว่า “หนุ่มน้อย นี่รวยมาจากไหนหรือเปล่า ซื้อของเยอะขนาดนี้”
อู๋ฮั่นเฟิงหัวเราะ “เพิ่งปลดประจำการกลับบ้าน ซื้อไปบำรุงผู้ใหญ่ที่บ้านน่ะครับ!”
เรื่องเงินตอนนี้สำหรับเขาไม่ใช่ปัญหาเลย
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เงินชดเชยการปลดประจำการเพิ่มขึ้นเยอะ
แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ อย่างเขา ไปเป็นทหารสองปีกลับมา ก็ได้เงินช่วยเหลือการปลดประจำการหลายหมื่น
แถมยังมีเบี้ยเลี้ยงเดือนละประมาณหนึ่งพันตอนอยู่ในกรม รวม ๆ หลายปีมานี้ นอกจากที่ส่งให้พ่อแม่แล้ว ตอนนี้ในบัตรเขายังมีอีกหลายหมื่นแน่ะ!
“เอาล่ะ! ลุงครับ ออกเดินทางเลย!”
อู๋ฮั่นเฟิงตบมือแล้วนั่งลงที่เบาะข้างคนขับ
บ้านเกิดของเขาอยู่ชานเมืองเล็ก ๆ
ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ถึงขั้นยากจน
อย่างน้อยทุกครัวเรือนก็มีบ้านตึกเล็ก ๆ อยู่กัน
รถจอดที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เพราะถนนข้างในรถเล็กเข้าไม่ได้
อู๋ฮั่นเฟิงทำได้แค่ขนของที่ซื้อมาทั้งหมดลง แล้วหิ้วเดินเข้าไป
“เอ๊ะ? นั่นลูกชายบ้านอู๋สามนี่? ไอ้หนูนี่ปลดประจำการอีกแล้วเหรอ?”
“น่าจะใช่! ครั้งนี้ครั้งที่สามแล้วมั้ง?”
มีชาวบ้านสองสามคนนั่งหลบร้อนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เห็นอู๋ฮั่นเฟิงก็เริ่มซุบซิบทันที
“ว่าแต่เด็กนี่มันยังไงกันแน่? ปลดมาแล้วสองครั้ง ยังจะกลับเข้าไปเป็นทหารอีก แล้วตอนนี้ก็ปลดอีกละ!”
“ไหนว่าในกรมมันลำบากไง? แล้วทำไมหมอนี่ยังเข้าออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ?”
ชาวบ้านข้าง ๆ โต้ขึ้นว่า “แกจะไปรู้อะไร! อยู่กรมมันดีจะตาย มีเงินเดือนนะ ปลดประจำการก็มีเงินชดเชย! ได้ยินว่าหลายหมื่นแน่ะ! สามรอบเนี่ย เด็กนี่คงได้ไปเป็นแสนแล้วมั้ง! ดีกว่ามาทำงานรับจ้างข้างนอกตั้งเยอะ”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย “มีเหตุผล! รอให้ไอ้ลูกชายบ้านข้าอายุถึงก่อน ข้าจะให้มันเอาอย่างไอ้หนูนี่ ไปหากินในกรมบ้าง!”
เพราะอยู่ไกลพอสมควร อู๋ฮั่นเฟิงรีบกลับบ้าน ก็เลยไม่ได้เข้าไปทักทาย
ได้แต่โบกมือให้พวกเขาแต่ไกล
ชาวบ้านก็โบกมือตอบรับอย่างเป็นมิตร
“เด็กนี่มีมารยาทดีนะ ดูท่าการอบรมในกรมจะดีจริง ๆ!”
อู๋ฮั่นเฟิงเดินตรงกลับบ้าน
บ้านเขาอยู่ค่อนข้างในหมู่บ้าน ห่างจากปากทางเข้าหมู่บ้านร้อยกว่าเมตร
เมื่อสองสามปีก่อน อู๋ฮั่นเฟิงให้เงินชดเชยปลดประจำการที่บ้านไปหลายหมื่น ทางบ้านเอาเงินนี้ไปต่อเติมจากชั้นเดียวเป็นสองชั้น
ยังไม่ทันถึงบ้าน ก็มีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน
เห็นคนแล้ว อู๋ฮั่นเฟิงก็โบกมือตะโกนว่า “แม่! ผมกลับมาแล้ว!”
“เร็วเข้า มาช่วยกันขนของกลับบ้าน!”
คุณแม่อู๋เห็นอู๋ฮั่นเฟิง ก็ดีใจรีบเดินเข้าไปหา
“เสี่ยวเฟิง? กลับมาจนได้นะ!”
“ปลดประจำการแล้วเหรอ?”
พูดจบ คุณแม่อู๋ก็ยื่นมือมารับถุงของจากมืออู๋ฮั่นเฟิง พลางต่อว่า “ไอ้เด็กคนนี้ กลับมาก็กลับมา จะซื้อของเยอะแยะทำไมกัน เปลืองเงิน!”
อู๋ฮั่นเฟิงยิ้ม “ปลดแล้วครับ”
“ของพวกนี้ซื้อด้วยเงินชดเชยปลดประจำการ ไม่แพงหรอก”
มือคุณแม่อู๋ชะงักไปเล็กน้อย มองอู๋ฮั่นเฟิงอย่างเป็นห่วง “เสี่ยวเฟิง กลับมาคราวนี้ คงจะไม่ออกไปอีกแล้วใช่ไหม?”
อู๋ฮั่นเฟิงตอบ “ไม่ออกไปแล้วครับ จะอยู่บ้านเฉย ๆ แล้ว”
คุณแม่อู๋ถามอีกอย่างไม่ค่อยเชื่อ “จริงเหรอ?”
“จริงครับ!”
คุณแม่อู๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่ออกไปอีกก็ดีแล้ว! ไปลำบากอยู่ในกรมมาตั้งหลายปี คราวนี้กลับมาอยู่กับบ้านเสียที รีบเข้าบ้านไปพักเถอะ เหนื่อยมาตลอดทางหรือเปล่า?”
อู๋ฮั่นเฟิงส่ายหน้ายิ้ม “ไม่เหนื่อยครับ พ่อผมล่ะ?”
ตอนนั้นเอง คุณพ่ออู๋ที่นั่งดื่มชาอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงก็เดินออกมา
“เสี่ยวเฟิงปลดประจำการกลับมาแล้วเหรอ?”
อู๋ฮั่นเฟิงเห็นพ่อ ก็หยิบหฺวาจื่อออกมายิ้มแย้มเดินเข้าไปหา “พ่อ! ผมกลับมาแล้ว!”