งานแต่งกำหนดไว้วันที่ 8 เดือนหน้า เวลากระชั้นชิดมาก แต่ทั้งจวนองค์หญิงและจวนกั๋วกงพิทักษ์แคว้นต่างทุ่มเทเต็มที่เพื่อจัดงาน
ทางหลิ่วเฉินเฉิน ร้านเยียนจือจุ้ยเร่งผลิตเครื่องประทินโฉมสำหรับเจ้าสาวเต็มกำลัง โรงละครหลีหยวนชุนจัดเตรียมละครเรื่องใหม่เพื่อเพิ่มความครึกครื้นให้กับงานเลี้ยงฉลอง ส่วนหอหนังสือหิ่งห้อยถึงขั้นแขวนป้ายประกาศว่า “องค์หญิงเข้าพิธีเสกสมรส หยุดงาน 3 วัน”
ทางจวนกั๋วกงพิทักษ์แคว้น หลินซื่อเป็นผู้ควบคุมดูแลด้วยตัวเอง ทุกเรื่องล้วนลงมือจัดการด้วยตนเอง แม้กั๋วกงพิทักษ์แคว้นที่ชายแดนจะกลับมาไม่ได้ แต่ก็เขียนจดหมายส่งมา ทุกถ้อยคำในจดหมายจริงใจยิ่งนัก กำชับให้คนทั้งจวนจัดงานแต่งให้ยิ่งใหญ่และสมเกียรติ
เมื่อถึงวันที่ 8 เมืองหลวงทั้งเมืองก็ครึกโครม
งานแต่งไม่ได้จัดตามประเพณีดั้งเดิมที่ฝ่ายเจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาว แต่ให้องค์หญิงกับราชบุตรเขยออกเดินทางจากจวนของตน แล้วไปพบกันหน้าอารามหลวงในพระราชวัง โดยฮ่องเต้เป็นผู้ประกอบพิธีด้วยพระองค์เอง
นี่คือเกียรติยศอันยิ่งใหญ่
ฟ้ายังไม่ทันสาง จวนองค์หญิงก็เริ่มวุ่นวายกันแล้ว
หลิ่วเฉินเฉินสวมชุดพิธีสีดำปักดิ้นทองที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ นี่ไม่ใช่ชุดเจ้าสาวแบบหงส์คลุมหน้าและผ้าคลุมแดงตามประเพณี แต่เป็นชุดพิธีการขององค์หญิงที่ตัดขึ้นเป็นพิเศษ
เสื้อตัวบนเป็นผ้าไหมสีดำลายเมฆทอทอง กระโปรงท่อนล่างสีแดงสดปักดิ้นทองจับจีบเป็นชั้น คลุมทับด้วยเสื้อคลุมปักลายหงส์ด้วยด้ายทอง
