เมื่อแกะออกมาจนหมด ทุกคนต่างกลั้นหายใจ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือทับทิมสีเลือดนกพิราบเม็ดหนึ่ง สีเข้มอิ่มเต็ม เนื้อใสบริสุทธิ์ ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน
ฮั่วจ่านถิงหยิบอัญมณีขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด จากนั้นใช้เครื่องมือวัดค่าดัชนีหักเหและความหนาแน่น ก่อนเอ่ยขึ้นในที่สุดว่า “เป็นทับทิมสีเลือดนกพิราบจริง ๆ ราคาประเมินเบื้องต้นไม่ต่ำกว่าแปดหลัก”
สีหน้าม่อเฉิงเฉิงยังคงสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับตื่นเต้นอยู่บ้าง ในที่สุดโชคลาภมหาศาลก็เวียนมาถึงเธอเสียที
เธอมองฮั่วจ่านถิง “คุณเป็นใคร? คุณตัดสินใจแทนที่นี่ได้หรือเปล่า?”
ฮั่วจ่านถิงแนะนำตัวก่อน “สวัสดีครับ ผมชื่อฮั่วจ่านถิง ร้านนี้คุณปู่ของผมเปิดไว้ แน่นอนว่าผมตัดสินใจได้”
ม่อเฉิงเฉิงมองทับทิมในมืออีกฝ่าย ก่อนถามว่า “ของชิ้นนี้มีค่าขนาดนี้ ร้านของคุณรับซื้อไหวเหรอ?”
ฮั่วจ่านถิงเห็นแววสงสัยในดวงตาของเด็กสาวแล้วก็ได้แต่จนใจ เธอสงสัยไม่ผิด ร้านขายของเก่าแห่งนี้มีไว้ให้คุณปู่เปิดเล่น ๆ พวกเขาไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นหรอก
ที่สำคัญที่สุดคือคุณปู่ของเขาไม่ได้สนใจอัญมณี สนใจแต่ของเก่าโบราณพวกนั้น
“ถ้าคุณอยากขายจริง ๆ ผมช่วยติดต่อผู้ซื้อให้ได้ รับรองว่าจะเสนอราคาอย่างเป็นธรรม”
ม่อเฉิงเฉิงไม่มีข้อขัดข้องอยู่แล้ว เก็บของชิ้นนี้ไว้กับตัวจะมีประโยชน์อะไร แน่นอนว่าต้องขายแลกเป็นเงิน แล้วค่อยนำไปซื้อเสบียง “รบกวนด้วยค่ะ”
ฮั่วจ่านถิงพยักหน้า ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า กดหาเบอร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนโทรออก “ไป๋หลี่โม่ ที่ร้านมีทับทิมสีเลือดนกพิราบเม็ดหนึ่ง... ได้... รอคุณอยู่”
