ระฆังสวรรค์บรรพกาลตกไปอยู่ในมือของหลินฉางเกอ เขาเพียงใช้ความคิดเดียวก็เก็บมันเข้าวงแหวนมิติได้
มุมปากของเขาเผยรอยยิ้ม “การทดสอบ นับว่าสิ้นสุดแล้วใช่หรือไม่?”
สายตาของทุกคนหันไปจ้องที่เสิ่นต้าหลงเป็นตาเดียว
เสิ่นต้าหลงตัวสั่นงก ๆ เขาก็ไม่เคยเห็นผู้แข็งแกร่งมากมายปรากฏกายเช่นนี้ จิตใจสั่นไหวแทบจะหมดสติ
“ข้า… ข้า…”
เสิ่นต้าหลงกลั้นจนหน้าแดง พูดอะไรไม่ออกอยู่ครึ่งค่อนวัน
สุดท้ายเป็นสือเจิงที่ค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า ยืนตรงตำแหน่งเดิมของเสิ่นต้าหลง
ดวงตาขุ่นมัวของเขากวาดมองทั่วลาน กล่าวทีละคำอย่างหนักแน่น “เพื่อความปลอดภัยของบุตรอริยะ งานเฉลิมฉลองครั้งนี้… ข้าขอยุติไว้เพียงเท่านี้!”
ทั่วลานฮือฮา
แม้แต่คำว่า “บุตรอริยะ” ก็ยังเรียกแล้ว
ตำแหน่งนี้แต่เดิมเตรียมไว้ให้ฟู่หยิงเจ๋อ
“ท่านบรรพชนรุ่นแรก นี่มัน…”
เหลียนเฉิงตงร้อนใจ เขาเพิ่งตกลงกับฟู่หรานได้ไม่นาน งานใหญ่ครั้งนี้เตรียมจะเชิดชูศิษย์ของตนอย่างฟู่หยิงเจ๋อ
แต่ยังไม่ทันถึงตาฟู่หยิงเจ๋อ เหตุใดจะจบแล้ว?
อย่างไรก็ตาม เมื่อระฆังสวรรค์บรรพกาลถูกคนอื่นเก็บไป ถึงไม่อยากจบก็ไม่ได้แล้ว
สือเจิงไม่รอให้เหลียนเฉิงตงเอ่ยแย้ง กล่าวเรียบ ๆ “ข้าบอกว่า สิ้นสุดแล้ว”
อานุภาพแห่งบรรพชนรุ่นแรกแผ่กระจายออก
ทั่วบริเวณเงียบสงัดราวกับความตาย
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างเหลียนเฉิงตงภายใต้พลังกดดันนี้ก็ได้แต่หดคอหลบ “ขอรับ ทุกอย่างแล้วแต่ท่านบรรพชนรุ่นแรก”
สือเจิงหันหน้าไปทางหลินฉางเกอ ยิ้มอย่างอ่อนโยน “บุตรอริยะ ต่อจากนี้แดนสิริมงคลจะให้ความร่วมมือในทุกแผนการฝึกฝนของเจ้า มอบการสนับสนุนทุกอย่างที่จำเป็น มีความต้องการสิ่งใดก็ขอได้!”
สือเจิงมีชีวิตอยู่ผ่านสองกัปป์ อายุขัยกว่าหนึ่งแสนปี ได้เห็นอัจฉริยะมากมายด้วยตาตนเอง… แต่ทั้งหมดรวมกันก็ยังไม่น่าตะลึงเท่าหลินฉางเกอตรงหน้า
