ผู้ที่นำกองกำลังหนึ่งพันนายมาถึงสำนักหลิวอิ๋น คือเซวียฉางซาน หัวหน้าพันนายแห่งกองที่สามของกองทัพเจิ้นซี
เมื่อเห็นผู้คนบนถนนชี้มือชี้ไม้พูดคุยกัน ทั้งยังได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเซวียฉางซานก็ร้อนผ่าว เขาไม่หยุดแม้แต่น้อย รีบนำผู้ใต้บังคับบัญชาตรงเข้าสำนักหลิวอิ๋นทันที
ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าคลังของสำนักหลิวอิ๋น และเห็นลู่เฟิงเหนียนกับพวกกำลังขุดค้นไปทั่ว
เขาก้าวฉับ ๆ เข้าไปด้วยสีหน้าหม่นคล้ำ ก่อนถามเสียงเย็นว่า “ผู้ใดคือลู่เฟิงเหนียน?”
ลู่เฟิงเหนียนวางจอบลง แล้วก้าวออกไปประสานมือคารวะ “ผู้น้อยลู่เฟิงเหนียน คารวะเชียนฮู่เซวีย”
อยู่กองที่สามด้วยกัน ลู่เฟิงเหนียนย่อมรู้จักเซวียฉางซาน
เซวียฉางซานกวาดตามองลู่เฟิงเหนียนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเบ้ปาก “หัวหน้าสิบนายลู่ ข้าได้รับคำสั่งจากท่านจ่งปิง ให้มารอสั่งการอยู่ที่สำนักหลิวอิ๋น”
ลู่เฟิงเหนียนรีบก้มค้อมประสานมือ “ใต้เท้าเซวียกล่าวหนักไปแล้ว ท่านทำเช่นนี้จะทำให้ข้าลำบากใจ
ข้าจะกล้าสั่งการท่านได้อย่างไร?
คำสั่งที่ท่านจ่งปิงมอบแก่ข้า คือให้ค้นสำนักหลิวอิ๋นทั้งแห่ง
บัดนี้ใต้เท้าเซวียมาแล้ว จะค้นอย่างไร ขุดตรงไหน ล้วนแล้วแต่ท่านเป็นผู้บัญชา”
กล่าวถึงตรงนี้ เขาก็หันไปโบกมือให้สยงชี ลู่หยาง และคนอื่น ๆ “พอได้แล้ว อย่าขุดกันต่อ รีบมาคารวะใต้เท้าเซวีย!”
เมื่อได้ยินคำสั่ง สยงชีกับคนอื่น ๆ ก็ทิ้งจอบแล้วรีบวิ่งเข้ามา ก่อนประสานมือคารวะเซวียฉางซานพร้อมกัน
