เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของลู่เฟิงเหนียน ต่างก็ถอยไปหลบอยู่ใต้หน้าผาพร้อมกัน
เพื่อความรอบคอบ ลู่เฟิงเหนียนให้ทุกคนแก้เชือกป่านบนแพออก แล้วใช้มัดแพไม้ไผ่ทั้งสามลำเข้าด้วยกันให้แน่น จากนั้นให้ทุกคนผูกเชือกป่านไว้ที่เอวคนละเส้น รวมถึงตัวเขาเองด้วย เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
“ลู่เฟิงเหนียน เมื่อครู่ขอบใจมาก” หยางไคเอ่ยเสียงเบา
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มน้อย ๆ โดยไม่พูดอะไร
ในจังหวะนั้นเอง ตะพาบเฒ่าที่ดำลงไปใต้น้ำก็พุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง ร่างมหึมากระแทกลงบนแท่นหินอย่างแรง จนแท่นหินสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกระลอก
คลื่นน้ำที่ซัดขึ้นจากชายกระดองขนาดมหึมาพุ่งโถมใส่แท่นหินอย่างเกรี้ยวกราด
คราวนี้ลู่เฟิงเหนียนและคนอื่น ๆ เตรียมรับมือไว้ก่อนแล้ว อีกทั้งทุกคนยังผูกเชือกป่านไว้ที่เอว
หากตะพาบเฒ่าไม่ขึ้นมาบนแท่นหิน คลื่นน้ำที่ร่างของมันซัดขึ้นมาก็มีอานุภาพโจมตีจำกัด
มันตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำสามครั้ง ครั้นเห็นว่าทำอะไรคนบนแท่นหินไม่ได้ จึงดำกลับลงไปใต้น้ำอีกครั้ง
“ขึ้นฝั่งไม่ได้ ต่อให้ตัวใหญ่แค่ไหนก็ไร้ประโยชน์!” หยางซื่อไห่เห็นตะพาบเฒ่าถอยไป ใบหน้าก็เผยรอยยิ้ม
หยางอิ๋นเฟิงกล่าวเสริมว่า “ถ้ามันกล้าขึ้นฝั่ง ข้าจะยิงให้พรุน แล้วลากกลับไปตุ๋นเป็นน้ำแกงตะพาบ!”
จ้าวเถี่ยเบ้ปาก “ด้วยวิชายิงธนูของเจ้าน่ะหรือ? ต่อให้ตะพาบเฒ่าขึ้นฝั่ง เจ้าก็ทำอะไรมันไม่ได้หรอก
ตะพาบเฒ่าตัวใหญ่ขนาดนี้ กระดองแข็งแกร่งราวหนังฟอกหนา หากยิงไม่ถูกจุดตายแล้วยิงใส่กระดองหลัง ก็ไม่ต่างจากเกามันให้คันเท่านั้น”
หยางอิ๋นเฟิงไม่ยอมแพ้ “ทำราวกับว่าข้าไม่รู้จุดอ่อนของตะพาบเฒ่าอย่างนั้นแหละ ทั้งต้นคอ เบ้าตา ชายกระดอง ข้อต่อของขาทั้งสี่ มีตั้งหลายจุด ข้าจะยิงไม่ถูกสักจุดเชียวหรือ?”
