ลู่เฟิงเหนียนประสานมือคำนับเล็กน้อย “ข้ามาช้าไป ต้องขออภัยทุกท่านด้วย”
หนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าสิบนายร่างกำยำ ใบหน้าแดงก่ำดุจพยัคฆ์ มีนามว่าสือหย่ง เขาเป็นมือขวาคนสำคัญอันดับหนึ่งใต้บัญชาของว่านซง
เขาหัวเราะเสียงดัง “หัวหน้าสิบนายลู่มาไม่ช้าเลย งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม จะนับว่ามาสายได้อย่างไร?”
กล่าวจบ เขาก็ตบเก้าอี้ว่างข้างกาย “หัวหน้าสิบนายลู่ เชิญมานั่งตรงนี้สิ”
ภายในห้องมีเก้าอี้ทั้งหมดเก้าตัว
ตอนนี้มีคนนั่งแล้วเจ็ดคน เหลือที่ว่างอีกสองตัว ตัวหนึ่งอยู่ใกล้ประตู เป็นที่นั่งท้ายสุด ส่วนอีกตัวเห็นได้ชัดว่าเป็นที่นั่งประธาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สือหย่งเชื้อเชิญให้ลู่เฟิงเหนียนนั่ง
สือหย่งเชื้อเชิญลู่เฟิงเหนียนให้นั่งตำแหน่งประธาน เจตนาของเขาชัดเจนยิ่งนัก
หัวหน้าสิบนายคนอื่น ๆ พูดคุยหัวเราะกัน ราวกับไม่ได้สนใจบทสนทนาระหว่างสือหย่งกับลู่เฟิงเหนียน ทว่าความจริงแล้วทุกคนต่างลอบเหลือบมองลู่เฟิงเหนียนเป็นระยะ แววตาแฝงความหมายชวนให้ขบคิด
ลู่เฟิงเหนียนประสานมือคำนับสือหย่งเล็กน้อย “หัวหน้าสิบนายสือให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว ข้าเพิ่งมาถึง ยังรู้จักกฎมาก่อนมาหลังอยู่บ้าง พวกท่านล้วนเป็นผู้อาวุโสและพี่ใหญ่ทั้งนั้น ข้าได้นั่งที่ท้ายสุด ร่วมโต๊ะกับทุกท่าน ก็นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว”
กล่าวจบ เขาก็ดึงเก้าอี้ตัวท้ายออก แล้วค่อย ๆ นั่งลง
หัวหน้าสิบนายหน้าบากคนหนึ่งหัวเราะเบา ๆ “ยังดีที่เลื่อนตำแหน่งแล้วไม่หลงระเริงไปเสียก่อน นับว่าเป็นคนรู้กฎ”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง ๆ ไม่ได้กล่าวอะไร
