ลู่เฟิงเหนียนสีหน้าเปลี่ยน รีบกล่าวว่า “ใต้เท้า หากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดบุกมาโจมตีป้อมสัญญาณของเรา พวกเราจะต้านทานไหวได้อย่างไร?”
นายกองโบกมือ “ไม่ต้องกลัว คนผู้นี้บาดเจ็บสาหัส พลังลดถอยไปมาก พวกเจ้าอาศัยป้อมสัญญาณเป็นที่กำบัง ก็เพียงพอจะต้านทานได้
“แต่ถึงเขาจะบาดเจ็บ ฝีมือการต่อสู้ก็ยังแข็งแกร่ง พวกเจ้าอย่าประมาท ต้องระแวดระวังให้ดี อย่าปล่อยให้เขาลอบขึ้นมาบนป้อมสัญญาณได้”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้ารัว ๆ ประสานมือกล่าวตอบเสียงดัง “ผู้น้อยจะจดจำคำเตือนของใต้เท้าไว้!”
นายกองไม่สนใจลู่เฟิงเหนียนอีก หันหลังอย่างรวดเร็ว พาลูกน้องกลุ่มหนึ่งรีบรุดไปยังที่อื่น
จากนั้น ลู่หยาง หยางต้าซู่ และจางเสี่ยวซานก็ขึ้นมาถึงยอดเขา
“หัวหน้าห้านาย ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดของต้าโจวลอบมาถึงเขาวั่งเยว่แล้ว เรื่องนี้ควรทำอย่างไรดี?
“ข้าได้ยินมาว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดที่แข็งแกร่งบางคน เพียงกระโจนไม่กี่ครั้งก็ขึ้นมาบนป้อมสัญญาณของเราได้แล้ว” หยางต้าซู่มีสีหน้ากังวล
ลู่หยางกับจางเสี่ยวซานก็เป็นกังวลไม่แพ้กัน ต่างมองไปยังลู่เฟิงเหนียน
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวเสียงต่ำ “เมื่อครู่พวกเจ้าไม่ได้ยินหรือ? ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดของต้าโจวผู้นี้บาดเจ็บสาหัส ขอเพียงพวกเราระวังตัวให้ดี ก็น่าจะไม่มีปัญหา”
ขณะกล่าว เขาก็นึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นั่นคือเหยาซานหลิน รองผู้บังคับกองแห่งกองลาดตระเวนของต้าโจว
หลายวันก่อน เหยาซานหลินพาลูกน้องกว่ายี่สิบคนบุกโจมตีป้อมสัญญาณบนเขาวั่งเยว่ ยึดป้อมสัญญาณแห่งที่สี่ได้ ก่อนจะละทิ้งมันไปในเวลาไม่นาน ไม่รู้ว่าไปที่ใดต่อ
