“เมื่อคืนนี้ พวกเจ้าเป็นใครลงมือที่หมู่บ้านเม่าเอ๋อ?”
ลู่เฟิงเหนียนถือพลองกลับหัว กวาดตามองลูกสมุนทั้งแปดคนทีละคน
เมื่อได้ยินคำถาม ทุกคนในลานเรือนก็รู้ทันทีว่าลู่เฟิงเหนียนมาที่นี่ด้วยเหตุใด
ทว่าไม่มีใครตอบ ต่างพากันร้องครวญครางอ้อนวอนขอชีวิต
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยเสียงเย็น “ในเมื่อไม่มีใครพูด เช่นนั้นข้าก็จะถือว่าเมื่อคืนพวกเจ้าทุกคนลงมือ”
สิ้นเสียง เขาก้าวไปหาชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วฟาดพลองในมือออกไปฉับพลัน
เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ แขนของชายผู้นั้นหักลงทันที
จากนั้นเขาก็เดินไปหาคนถัดไป แล้วฟาดพลองในมือออกไปอย่างไม่ลังเล
เสียงกร๊อบดังขึ้นอีกครั้ง กระดูกขาของคนผู้นั้นถูกตีหักทันที
เมื่อเขาเดินไปถึงคนที่สาม ชายผู้นั้นก็หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว รีบชี้ไปยังคนสองคนที่อยู่ไม่ไกลแล้วกล่าวอย่างร้อนรนว่า “เมื่อคืนพวกเราแค่แสร้งทำท่าข่มขู่คนหมู่บ้านเม่าเอ๋อเท่านั้น คนที่ลงมือจริง ๆ มีแค่สองคนนั่น!”
ลู่เฟิงเหนียนมองตามทิศทางที่อีกฝ่ายชี้ เห็นชายหน้าดำร่างเตี้ยล่ำคนหนึ่งกับชายร่างเล็กผอมแห้งนั่งกองอยู่ด้วยกัน
ลู่เฟิงเหนียนจึงถือพลองกลับหัว แล้วเดินเนิบช้าเข้าไปหาทั้งสอง
ชายหน้าดำกับชายร่างเล็กผอมแห้งเผยสีหน้าหวาดผวา นั่งถอยกรูดไปกับพื้นไม่หยุด
ลู่เฟิงเหนียนเร่งฝีเท้าเพียงเล็กน้อย ก็เดินไปถึงตรงหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว
ชายหน้าดำทำปากกล้าข่มความหวาดหวั่น “เจ้าช่างบังอาจนัก! กล้าบุกเข้ามาทำร้ายคนในบ้านนายท่านหวัง รู้หรือไม่ว่าผู้หนุนหลังนายท่านหวังในอำเภอคือใคร...”
