เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ดวงตาของทุกคนก็พลันเป็นประกาย
ตะพาบเฒ่าตัวนี้หนักถึงพันชั่ง หากคนทั้งสิบหกต้องช่วยกันหามกลับไป ทั้งยังต้องข้ามเส้นทางภูเขาขรุขระยาวกว่าร้อยลี้ เกรงว่าคงเหนื่อยตายกันพอดี
หากเดินทางทางน้ำได้ อาศัยแรงลอยตัวของน้ำ ย่อมเบาแรงลงกว่าร้อยเท่า
หยางไคกล่าวเสริมขึ้นว่า “พวกเราประกอบแพที่แยกชิ้นส่วนไว้กลับเข้าด้วยกันก่อน แล้วผูกไว้ใต้ตัวตะพาบเฒ่า ก็จะช่วยเพิ่มแรงลอยตัวให้มัน ไม่ให้จมลงไป
จากนั้นใช้แพลากจูงอยู่ข้าง ๆ ก็มีโอกาสสูงที่จะลากตะพาบเฒ่ากลับไปถึงหมู่บ้านได้”
“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอีก? รีบลงมือเถอะ!”
จ้าวเถี่ยหัวเราะลั่น ก่อนเริ่มดึงลูกธนูและหอกซัดที่ปักอยู่ในตัวตะพาบเฒ่าออกมา
ชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ต่างพากันเข้ามาช่วย
ไม่นานนัก เมื่อดึงลูกธนูและหอกซัดออกหมดแล้ว พวกชายฉกรรจ์ที่พกเข็มกระดูกกับเข็มเหล็กติดตัวมาก็เริ่มลงมือเย็บบาดแผลบนร่างตะพาบเฒ่า
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ก่อนเย็บ พยายามเป่าลมเข้าไปในตัวมันให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มแรงลอยตัว อย่าลืมผูกบริเวณที่เป่าลมให้แน่น อย่าให้ลมรั่ว
ตะพาบเฒ่าตัวใหญ่กว้างขนาดนี้ พวกเราไม่ต้องกังวลว่ามันจะพลิกคว่ำในน้ำ”
ทุกคนพยักหน้ารับ แล้วทำตามคำแนะนำของลู่เฟิงเหนียนอย่างเคร่งครัด
ไม่นานนัก แผลก็เย็บเสร็จ ลมก็เป่าเข้าไปเรียบร้อย ตะพาบเฒ่าที่เดิมทีก็ใหญ่จนน่าตกใจอยู่แล้ว บัดนี้ยังขยายใหญ่ขึ้นอีก ดูราวกับภูเขาลูกย่อม
ทุกคนใช้เชือกป่านมัดขาทั้งสี่ของมันไว้ ก่อนช่วยกันดันมันกลับลงสู่ลำน้ำด้านต้นน้ำอย่างระมัดระวัง
