ยามโพล้เพล้ ที่ว่าการอำเภอชิงเหอ ห้องโถงด้านหลัง
“ยังหาตัวไม่พบอีกหรือ?” อู๋ซานเซิ่ง เซี่ยนลิ่งแห่งอำเภอชิงเหอ รูปร่างสูงปานกลาง ใบหน้าเหลี่ยม จ้องมองด้วยสีหน้าร้อนรน
เย่เจิ้งถังขมวดคิ้วแน่น ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้านำลูกน้องพลิกค้นทั่วทั้งเมืองอำเภอชิงเหอแล้ว แต่ก็ยังหาลู่เฟิงเหนียนไม่พบ”
อู๋ซานเซิ่งหันไปมองคนอื่น ๆ
ทุกคนต่างส่ายหน้าระรัวเช่นกัน
ใบหน้าอู๋ซานเซิ่งเผยโทสะ “คนเป็น ๆ ทั้งคน จะหายตัวไปได้อย่างไร?
พวกผู้ใหญ่จากแคว้นจะมาถึงอำเภอชิงเหอของเราในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว
หากหาลู่เฟิงเหนียนไม่พบ ข้าย่อมหนีความรับผิดชอบไม่พ้น พวกเจ้าทุกคนก็อย่าคิดว่าจะรอดตัว
รีบไปหา! ค้นหาต่อไปให้ทั่ว ต่อให้ต้องขุดดินลึกสามฉื่อ ก็ต้องหาตัวลู่เฟิงเหนียนให้เจอ!”
ทุกคนสบตากัน ก่อนจะก้มตัวถอยออกไป
“หัวหน้ามือปราบเย่ เจ้าอยู่ก่อน” อู๋ซานเซิ่งเรียกเย่เจิ้งถังไว้
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว อู๋ซานเซิ่งก็ถามเสียงเบาว่า “ทางฟางตงไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
เย่เจิ้งถังพยักหน้า “ข้าไปที่ร้านหนังสัตว์ฝูหยวนทันที เรื่องที่ต้องกำชับก็จัดการเรียบร้อยแล้ว
ฟางตงเป็นคนฉลาด เขารู้ว่าควรทำอย่างไร”
อู๋ซานเซิ่งรับคำในลำคอ “แน่ใจแล้วหรือว่าลู่เฟิงเหนียนออกจากตัวอำเภอไปแล้ว?”
เย่เจิ้งถังตอบทันที “ฟางตงบอกว่าลู่เฟิงเหนียนไปทางประตูน้ำ
ข้าไปตรวจดูที่ประตูน้ำมาแล้ว แม้ร่องรอยจะถูกจัดการไปบ้าง แต่ก็ยังพอพบเบาะแสบางอย่าง รถม้าออกไปทางประตูน้ำจริง”
อู๋ซานเซิ่งผ่อนลมหายใจเบา ๆ “คราวนี้หากไม่ได้ลู่เฟิงเหนียนให้ความร่วมมือ พวกเราคงจับม่าฮุยได้ไม่ราบรื่นเช่นนี้
