ตู้ซานชิวคว้าแขนหมี่ว่านจงไว้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและจริงใจว่า “ท่านลุง ข้าครั้งนี้เอาจริงแล้ว ชาตินี้ข้าจะไม่แต่งกับใครนอกจากเสี่ยวอวี่
ลู่เฟิงเหนียนเป็นพี่ภรรยาของข้า ข้าจะยืนมองเขาตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร”
ลู่เฟิงเหนียนแค่นเสียงเย็นชา “ตู้ซานชิว อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย เสี่ยวอวี่บอกเมื่อไรว่าจะแต่งกับเจ้า?”
หมี่ว่านจงกลอกตามองตู้ซานชิว “ที่แท้นางไม่ได้ยอมรับเจ้าเลยสักนิด มีแต่เจ้าที่คอยเสนอตัวอยู่ฝ่ายเดียว ช่างน่าขายหน้านัก!”
ตู้ซานชิวยิ้มแห้ง ๆ “พี่ภรรยายังเข้าใจข้าผิดอยู่บ้าง รอให้คลี่คลายความเข้าใจผิดแล้ว เสี่ยวอวี่ย่อมแต่งกับข้าเอง”
ลู่เฟิงเหนียนไม่พูดอะไรอีก ขี้เกียจจะใส่ใจตู้ซานชิวที่หน้าหนาไร้ยางอาย
ตู้ซานชิวดึงชายแขนเสื้อหมี่ว่านจงอีกครั้ง “ท่านลุง ท่านต้องช่วยพี่ภรรยาข้าให้ได้นะ หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด เสี่ยวอวี่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยแน่”
หมี่ว่านจงสะบัดมือตู้ซานชิวออก “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ได้ คงต้องขายน้ำใจที่บรรพชนตระกูลหมี่สั่งสมไว้ไปกว่าครึ่ง”
ตู้ซานชิวตอบโดยไม่ลังเล “หากข้าได้แต่งกับเสี่ยวอวี่ ก็เท่ากับได้ก้าวสู่หนทางขึ้นสวรรค์ ต่อให้ต้องขายน้ำใจทั้งหมดก็ยังคุ้มค่า”
หมี่ว่านจงโกรธจนใบหน้ากระตุก “เหตุใดข้าถึงต้องมีหลานเหลวไหลอย่างเจ้า ดีที่เจ้าแซ่ตู้ ไม่ได้แซ่หมี่
พูดจาไร้สาระจบหรือยัง? จบแล้วก็รีบไปเสีย!”
