เมื่อเดินพ้นเส้นทางบนเขายาวยี่สิบลี้ตรงปากหมู่บ้านแล้ว ลู่เฟิงเหนียนก็ขึ้นสู่ถนนหลวง ก่อนมุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงข้ามกับอำเภอชิงเหอต่อไป
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงจนเกือบลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว
ในที่สุดลู่เฟิงเหนียนก็ผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย สิ่งที่เขาหวั่นที่สุดคือพวกเจ้าหน้าที่จากอำเภอชิงเหอจะตามมาทัน แล้วดักครอบครัวของเขาไว้บนทางเขา หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้คิดหนีก็คงไร้หนทาง
บัดนี้ขึ้นมาบนถนนหลวงแล้ว เส้นทางแตกแขนงไปทั่วสารทิศ หากพวกเจ้าหน้าที่จากอำเภอชิงเหอคิดจะตามจับพวกเขาอีก ก็ไม่ง่ายดายเช่นนั้น
ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่คลายความระแวดระวัง ตัดสินใจเดินหน้าต่อไปอีกหลายสิบลี้ตลอดทั้งคืน พยายามออกจากเขตอำเภอชิงเหอให้เร็วที่สุด
หลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่ต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
“เฟิงเหนียน พวกเราออกมาแล้ว แล้วหม่านเยว่จะทำอย่างไร?” หลิ่วอวิ๋นเจวียนครุ่นคิดเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ออกจากบ้าน เพิ่งเอ่ยขึ้นในตอนนี้
ลู่เสี่ยวอวี่หันกลับมาเช่นกัน “คราวก่อนพี่ใหญ่ไม่ได้บอกหรือว่า อาจพาพี่รองกลับบ้านได้?”
ลู่เฟิงเหนียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องหม่านเยว่มีความคืบหน้าแล้ว มีโอกาสสูงว่าเขาจะไม่ต้องไปแนวหน้า
“รอพวกเราหาที่ตั้งหลักได้แล้ว ข้าจะกลับไปอำเภอชิงเหอสักเที่ยว เพื่อไปรับเขา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่ต่างเผยสีหน้าดีใจอย่างยิ่ง
“เฟิงเหนียน ที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ?” หลิ่วอวิ๋นเจวียนถามด้วยความตื่นเต้น
