สยงชีกะพริบตาปริบ ๆ “หัวหน้าสิบนายไปล่วงเกินคนเบื้องบนมาหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนโบกมือ “เรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง ข้าถามเจ้า ตอนนี้ยังติดต่อสหายที่ไปอยู่กององครักษ์จวนแม่ทัพคนนั้นได้หรือไม่?”
สยงชีขมวดคิ้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ติดต่อได้แน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ฐานะของพวกเราไม่เหมือนเดิมแล้ว พอนั่งอยู่ด้วยกันก็ไม่มีอะไรจะพูด”
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “ข้าไม่ได้ให้เจ้าไปพบปะรำลึกความหลังกับสหายคนนั้น แค่อยากให้เขาช่วยส่งข่าวให้เท่านั้น”
“ส่งข่าวหรือ?”
สยงชีเผยสีหน้าฉงน “หัวหน้าสิบนายรู้จักคนในกององครักษ์จวนแม่ทัพด้วยหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า “ข้าเคยพบหัวหน้าสิบนายในกององครักษ์จวนแม่ทัพอยู่สองสามครั้ง มีเรื่องอยากคุยกับเขา แต่กลับไม่มีโอกาสได้พบ”
สยงชีเผยสีหน้าตกใจ “หัวหน้าสิบนายของกององครักษ์จวนแม่ทัพเชียวนะ ฐานะไม่ธรรมดาเลย ต่อให้เป็นหัวหน้าพันนายในกองทัพเจิ้นซีของเรา ยังต้องให้เกียรติเขาถึงสามส่วน
ไม่นึกเลยว่าหัวหน้าสิบนายจะรู้จักบุคคลสำคัญเช่นนี้?”
พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเขาก็เผยความยินดี “เช่นนั้นก็ง่ายแล้ว ข้าเชื่อว่าแค่เอ่ยนามหัวหน้าสิบนายนั้น สหายจอมปลอมของข้าก็ยินดีช่วยแน่นอน”
“สหายจอมปลอม คำว่าจอมปลอมนี้ใช้ได้ดี”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง “รีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดี”
สยงชีรับคำ “วันนี้พอดีไม่มีภารกิจ ข้าจะออกจากค่ายไปจัดการเดี๋ยวนี้
