หลังถอดเอ็นพยัคฆ์ออกมา ลู่เฟิงเหนียนก็หยิบเข็มกระดูกเล่มหนึ่งออกมาทันที
เข็มกระดูกทำจากกระดูกขาหลังของสุนัขจิ้งจอก ฝังรูไว้ตรงปลายแล้วร้อยเชือกป่านเข้าไป
ลู่เฟิงเหนียนใช้น้ำในแอ่งล้างไขมัน เศษเนื้อ และคราบเลือดที่ปากแผลของเอ็นพยัคฆ์ออกก่อน จากนั้นโรยเกลือที่เตรียมไว้ล่วงหน้าลงไป
เมื่อจัดการเรียบร้อย เขาก็ใช้เข็มกระดูกเย็บปากแผลอย่างรวดเร็ว แล้วนำโกฐจุฬาลัมพาแห้งที่บดละเอียดมาพอกไว้
หลังจัดการบาดแผลของเอ็นพยัคฆ์เสร็จ ลู่เฟิงเหนียนก็ทำเช่นเดียวกันกับลูกธนูเหล็กที่ปักอยู่ข้างคอเสือ ดึงมันออกแล้วเย็บปากแผล
จากนั้นเขาก็แบกเสือขึ้นบ่า เดินมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเม่าเอ๋ออย่างรวดเร็ว
ยิ่งได้หนังเสือมาเร็วเท่าไร ราคาที่ขายได้ก็ยิ่งสูงเท่านั้น
ลู่เฟิงเหนียนไม่อยากเสียเวลา แบกเสือที่หนักอย่างน้อยสองร้อยห้าสิบกิโลกรัมทะยานไปในป่าเขา
โชคดีที่ตอนนี้มืดค่ำแล้ว ตลอดทางจึงไม่พบผู้คน มิฉะนั้นคงต้องตกตะลึงกับพละกำลังอันเหนือมนุษย์ของเขาเป็นแน่
เพื่อให้ขายหนังเสือได้ราคาสูง ลู่เฟิงเหนียนไม่หยุดพักแม้แต่ครั้งเดียว แบกมันกลับจากเทือกเขาเฮยสุ่ยถึงบ้านรวดเดียว
เดิมทีแม้เดินทางตัวเปล่าก็ยังต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วยามครึ่ง แต่เขาแบกเสือโคร่งโตเต็มวัยกลับมา กลับใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามครึ่งด้วยซ้ำ
สมกับคำว่า เงินใช้ผีโม่แป้งได้จริง ๆ
……
ลู่เฟิงเหนียนเข้าป่าไปครั้งนี้นานถึงเจ็ดวัน แม้หลิ่วอวิ๋นเจวียนกับลู่เสี่ยวอวี่จะรู้ว่าเขามีวิชายิงธนูเป็นเลิศ แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
