ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ที่ผ่านมา พวกเจ้าจัดการคนที่ไม่เชื่อฟังกันอย่างไร?”
ทั้งสามหน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าตอบ
ลู่เฟิงเหนียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตา
หลู่หยางรีบกล่าว “ป้อมสัญญาณไฟแต่ละแห่งมีคนอยู่เพียงห้าคน หากมีผู้ใดตายในสนามรบ ก็ไม่มีกำลังคนเหลือพอจะส่งศพกลับด่านสือหยาง
โดยทั่วไปแล้ว เราจะฝังศพไว้ตรงนั้น”
“แล้วถ้าไม่ทำตามปกติล่ะ?” ลู่เฟิงเหนียนถามต่อ
จางเสี่ยวซานรีบตอบ “หาที่หน้าผาสักแห่งแล้วโยนลงไป ผ่านไปไม่กี่วัน ศพก็จะถูกหมาป่ากินจนหมด”
ลู่เฟิงเหนียนเดินไปยังด้านหนึ่งของป้อมสัญญาณไฟ กวาดตามอง ก่อนชี้ไปยังหน้าผาสูงเบื้องล่าง “รีบจัดการ โยนศพลงไปจากตรงนี้”
หยางต้าซู่ยังคงเฝ้าระวังอยู่บนยอดป้อม ส่วนหลู่หยางกับจางเสี่ยวซานช่วยกันหามศพตงป๋อขึ้นมา แล้วโยนลงไปยังเบื้องล่างหน้าผาสูง
จากนั้นทั้งสองก็รีบทำความสะอาดคราบเลือดและร่องรอยบนยอดป้อมอย่างคล่องแคล่วชำนาญ
ลู่เฟิงเหนียนไพล่มือไว้ด้านหลัง “ดูท่าเรื่องแบบนี้พวกเจ้าคงทำมาไม่น้อย”
ทั้งสามเผยสีหน้าหวาดหวั่น ก้มหน้าไม่กล้าตอบ
ลู่เฟิงเหนียนแค่นเสียงเบา ๆ “ก่อนหน้านี้พวกเจ้าทำอะไรไว้ ข้าไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง
แต่ตอนนี้พวกเจ้ากลับคิดจะลอบสังหารข้า
ตงป๋อไปยังที่ที่สมควรไปแล้ว
ส่วนพวกเจ้าสามคน ข้าจะไว้ชีวิตไว้ก่อน ภายหน้าจะเก็บพวกเจ้าไว้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน”
