สยงชีกล่าวจบก็หิ้วขวานเซวียนฮวา เตรียมจากไป
ลู่เฟิงเหนียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ช้าก่อน”
สยงชีขมวดคิ้ว “เจ้ายังคิดจะทำอะไรอีก?”
ลู่เฟิงเหนียนยื่นคันธนูให้จางเสี่ยวซาน
จางเสี่ยวซานรีบวิ่งเข้ามารับคันธนูไว้
ลู่เฟิงเหนียนจ้องมองสยงชี “วันนี้หากข้าไม่ตีเจ้าให้ยอมสยบ ต่อไปเจ้าคงก่อเรื่องขึ้นอีก
มาเถอะ ในเมื่อเจ้าอยากสู้ให้หนำใจ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้า”
สยงชีกะพริบตา “ใช้ดาบหรือ?”
“เหลวไหล!”
ลู่เฟิงเหนียนกลอกตา “หรือเจ้าคิดว่าข้าจะใช้หมัดรับมือขวานยักษ์ของเจ้า?”
สยงชีพลันกระปรี้กระเปร่าขึ้น “เจ้าเป็นคนพูดเองนะ...”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ลู่เฟิงเหนียนก็ถีบเท้าทั้งสองข้างพุ่งตัวไปข้างหน้า ทะยานเข้าใส่สยงชีอย่างรวดเร็ว
ร่างของเขาปราดเปรียวดุจเสือดาว ความเร็วสูงจนแทบเหลือเพียงเงาพร่า
“เร็วมาก!”
รูม่านตาของสยงชีหดตัว เขาไม่มีเวลาคิดให้มากความ รีบหมุนขวานพุ่งเข้าปะทะอย่างฉับไว
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ทั้งสองก็ปะทะกัน
สยงชีไม่ออมมือแม้แต่น้อย เขาหมุนขวานกวาดฟันออกไปในแนวราบ
อาศัยความได้เปรียบจากอาวุธที่ยาวกว่า การฟันหนักหน่วงครั้งเดียวก็ปิดเส้นทางโจมตีของลู่เฟิงเหนียนไว้ทั้งหมด
ลู่เฟิงเหนียนขยับเท้าหลบฉากว่องไว พลิกร่างไปด้านข้าง หลบการโจมตีของขวานได้พอดี
สยงชีไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย หมุนขวานอีกครั้ง กวาดฟันแนวราบบ้าง แนวดิ่งบ้าง พร้อมตะโกนก้องไม่ขาดปาก
ทุกครั้งที่ขวานฟาดลง เสียงแหวกอากาศก็ดังหวิว พลังอำนาจน่าหวาดหวั่น
ลู่เฟิงเหนียนยังไม่รีบร้อนโจมตี อาศัยความเร็วของร่างกายหลบหลีกไปมา
