หน่วยสอดแนมของต้าโจวแยกตัวออกมาตั้งเป็นกองโดยเฉพาะ มีชื่อว่ากองลาดตระเวน
หน้าที่หลักของพวกเขาคือสืบข่าวความเคลื่อนไหวและกำลังพลของศัตรู สำรวจภูมิประเทศและเส้นทาง คอยระวังภัยและลาดตระเวน ป้องกันการซุ่มโจมตี ลอบก่อกวนและโจมตี เป็นต้น
กองลาดตระเวนมีทหารประมาณ 300 นาย ตั้งผู้บังคับกองสามคน หนึ่งคนเป็นหัวหน้า อีกสองคนเป็นรอง ทั้งหมดมียศเทียบเท่าหัวหน้าร้อยนาย
ลู่เฟิงเหนียนไม่คิดเลยว่ารองผู้บังคับกองลาดตระเวนอย่างเหยาซานหลินจะมาปรากฏตัวที่เขาวั่งเยว่
แม้ตำแหน่งของเหยาซานหลินจะเป็นเพียงหัวหน้าร้อยนาย แต่เขาก็เป็นรองผู้บังคับกอง ฐานะจึงเหนือกว่าหัวหน้าร้อยนายคนอื่น ๆ
หากจับเหยาซานหลินได้ ย่อมเป็นความชอบใหญ่หลวงอย่างแน่นอน
ลู่เฟิงเหนียนเริ่มครุ่นคิดอย่างกระตือรือร้น หลังไตร่ตรองเล็กน้อย เขาก็ถามเสียงเบาว่า “เหยาซานหลินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดหรือไม่?”
สายสอดแนมพยักหน้า “ขั้นฟ้ากำเนิดระดับสาม”
ได้ยินเช่นนั้น ลู่เฟิงเหนียนก็ขมวดคิ้วแน่น
ก่อนที่วิชายิงธนูจะยกระดับถึงขั้นห้า เขายังไม่มั่นใจว่าจะรับมือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดระดับสามได้
สายสอดแนมกล่าวต่อว่า “ข้ารู้เพียงเท่านี้ ท่านควรรักษาสัญญา ปล่อยข้าไปได้แล้ว”
มุมปากลู่เฟิงเหนียนยกขึ้นเล็กน้อย “ปล่อยเจ้าไป แล้วเจ้าก็จะไปเรียกเหยาซานหลินมาที่นี่อีกอย่างนั้นหรือ?”
สีหน้าของสายสอดแนมเปลี่ยนไปอย่างมาก กำลังจะเอ่ยปาก
ลู่เฟิงเหนียนก็ชักดาบกวาดสารทออกจากเอวฉับพลัน
แสงเย็นวาบผ่าน ลำคอของสายสอดแนมปรากฏรอยเลือดสีแดงฉาน ดวงตาทั้งสองเบิกโพลง ก่อนศีรษะจะเอียงลงและสิ้นลมหายใจ
