ลู่เฟิงเหนียนรีบยื่นมือเข้าไปประคองสองสามีภรรยาไว้ “ข้าเคยบอกแล้วว่าที่ลงมือกับพวกมัน ไม่ใช่เพื่อช่วยพวกเจ้า ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะข้าลงมือ เรื่องนี้จึงบานปลายร้ายแรงขึ้นแล้ว
รีบปิดร้าน แล้วหลบไปก่อนเถอะ”
สองสามีภรรยาพยักหน้ารัว ๆ
ลู่เฟิงเหนียนไม่รั้งอยู่ต่อ รีบสาวเท้าจากไป
“ถ้าปิดร้าน แล้วทั้งครอบครัวเราจะกินจะอยู่อย่างไรเล่า?” หลังจากลู่เฟิงเหนียนเดินไปไกลแล้ว สีหน้าของเถ้าแก่ชายก็เผยความกลัดกลุ้มออกมา
เถ้าแก่หญิงดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ ก่อนค่อย ๆ คลี่มือออก
บนฝ่ามือของนางมีแท่งเงินก้อนหนึ่งกำเอาไว้ อย่างน้อยก็หนักสี่ตำลึง
เงินมากมายขนาดนี้ พวกเขาต้องทำงานเกือบครึ่งปีถึงจะหาได้
เมื่อครู่ตอนลู่เฟิงเหนียนประคองสองสามีภรรยาขึ้นมา เขาแอบยัดแท่งเงินใส่มือเถ้าแก่หญิง
“เงินนี่มาจากไหน?” เถ้าแก่ชายทั้งตื่นเต้นทั้งสงสัย
เถ้าแก่หญิงส่ายหน้าไม่หยุด “อย่าเพิ่งถาม รีบเก็บข้าวของ ปิดร้านแล้วไปกันเถอะ”
…………
ไม่ได้กินเต้าฮวย แถมยังเสียเงินไปอีกสี่ตำลึงกว่า
ลู่เฟิงเหนียนกลับถึงค่ายใหญ่กองทัพเจิ้นซีด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
เขาจึงหยิบคันธนูกับลูกธนูขึ้นมา ระบายความไม่สบอารมณ์ทั้งหมดใส่เป้าธนู
ยิงลูกแล้วลูกเล่า ต่อเนื่องไม่ขาดสาย
บนหน้าต่างระบบสีน้ำเงิน ค่าความชำนาญวิชายิงธนูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ตอนนี้จะมีความชำนาญมากกว่าสามแสนแล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจากหนึ่งล้านที่ต้องใช้เพื่อเลื่อนวิชายิงธนูขึ้นสู่ระดับหก
