สยงชีไม่ยอมสมคบกับคนอื่น แม้จะคลุกคลีอยู่ในกองทัพเจิ้นซีมาหลายปี แต่ด้วยเบี้ยหวัดรายเดือนเพียงน้อยนิด เขาจึงเก็บเงินไว้ได้ไม่มาก
ต่อให้เอาเงินเก็บทั้งหมดออกมา ก็รวบรวมได้เพียงเงิน 2 ตำลึง
ลูกน้องทั้งสามของเขายิ่งไม่เอาไหน ถึงกับควักเงินออกมาได้ไม่ถึง 1 ตำลึง
ลู่หยาง จางเสี่ยวซาน และหยางต้าซู่ ดูมีฐานะกว่าพวกสยงชีมาก
ทั้งสามคนยังนำเงินเก็บของตนมาวางเดิมพันด้วย
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้พนันว่าลู่เฟิงเหนียนจะทนได้เกิน 60 กระบวนท่า แต่พนันว่าลู่เฟิงเหนียนจะทนไม่ถึง 10 กระบวนท่า
ลู่หยางวางเดิมพัน 3 ตำลึง ส่วนจางเสี่ยวซานกับหยางต้าซู่วางคนละ 1 ตำลึง
นับว่าทุ่มเงินก้อนโตแล้ว
ลู่เฟิงเหนียนเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา แต่ไม่ได้กล่าวอะไร
ตลอด 3 วันนี้ เขาเร่งเพิ่มความชำนาญวิชายิงธนู พร้อมกับฝึกวิชาดาบพิฆาตทัพ
ขณะเดียวกันก็ให้ลู่หยางคอยจับตาความเคลื่อนไหวทางฝั่งสำนักหลิวอิ๋นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสำนักหลิวอิ๋นถูกโจรกรรม เงินสดและตั๋วเงินหายไปไม่น้อย สมุดบัญชีก็ถูกเผาจนมอดไหม้
ผลก็คือกองทัพเจิ้นซีกับจวนแม่ทัพไม่อาจตรวจสอบบัญชีให้ตรงกันได้
รับเงินมาเท่าไร สูญหายไปเท่าไร ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ลู่หยางยังรายงานอีกว่า กองทัพเจิ้นซีกับจวนแม่ทัพต่างส่งคนไปเฝ้าตามโรงแลกเงินใหญ่ ๆ ในด่านสือหยาง หมายจับโจรเมื่อมันไปถอนเงินที่โรงแลกเงิน
แต่เฝ้าอยู่หลายวันก็ไม่ได้อะไรกลับมา
ตั๋วเงินเหล่านั้นถูกลู่เฟิงเหนียนฝังไว้ใต้แปลงดอกไม้ไม่ไกลจากประตูคลังของสำนักหลิวอิ๋น การที่จวนแม่ทัพกับกองทัพเจิ้นซีไปเฝ้าดักจับตามโรงแลกเงิน ต่อให้เฝ้าไปชั่วชีวิตก็ไม่มีวันพบตัวคน
