หลู่หยางขยับเข้ามาข้างกายลู่เฟิงเหนียน ใบหน้าเปื้อนยิ้มประจบประแจง พลางประสานมือกล่าวว่า “ยินดีกับหัวหน้าห้านายที่ได้เลื่อนตำแหน่ง!”
จางเสี่ยวซานรีบกล่าวเสริมว่า “ต่อไปพวกเราติดตามหัวหน้าห้านาย ย่อมได้กินดีอยู่ดีเป็นแน่”
ลู่เฟิงเหนียนไม่สนใจทั้งสองคน เพียงเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่ว่านซงและคนอื่น ๆ จากไป สีหน้าไร้อารมณ์
หลู่หยางกระแอมแล้วกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า “หัวหน้าห้านาย มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องเตือนท่าน
แม้ไป่ฮู่ว่านจะรับปากว่าจะส่งคนมาช่วยเสริมกำลังเรา
แต่หัวหน้าห้านายอย่าคาดหวังไว้มากนัก การเฝ้าป้อมสัญญาณตลอดหนึ่งเดือนนี้ เกรงว่าอาจมีเพียงพวกเราสี่คนเท่านั้น”
จางเสี่ยวซานพยักหน้า “ทุกครั้งที่มาประจำการป้อมสัญญาณบนเขาวั่งเยว่ ก็เหมือนจับฉลากชี้ชะตาเป็นตาย ไม่มีใครอยากมา
อย่าว่าแต่พวกเราเลย แม้แต่ป้อมสัญญาณแห่งที่สองซึ่งเสียคนไปสองคน ก็เกรงว่าจะไม่มีใครมาเติมกำลัง
ป้อมสัญญาณแห่งที่สามอาจได้คนมาเสริมสักหนึ่งหรือสองคน ส่วนป้อมสัญญาณแห่งที่สี่นั้นคงไม่มีทางเลือก จำต้องเติมกำลังคน
พวกเรายังเหลือกันสี่คน โอกาสจะได้คนมาเสริมแทบเป็นศูนย์”
ลู่เฟิงเหนียนขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเบาว่า “เข้าใจแล้ว”
จากนั้นเขากลับเข้าห้อง หยิบแผนที่ออกมาแล้วพินิจต่อ
สายตาจับจ้องตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่อย่างไม่วางตา ช่องเขาซีเหมิน
ช่องเขาซีเหมินตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของด่านสือหยาง ราวกับประตูธรรมชาติที่พาดขวางอยู่บนสันเขา ตัดแม่น้ำตูหลงกลางสาย ทำให้แม่น้ำตูหลงหักโค้งตรงช่องเขาซีเหมิน แล้วไหลไปยังทิศทางอื่น
