หวังเถี่ยจู้พูดจบก็หยิบลูกธนูไม้ไผ่ดอกที่สามขึ้นมา
ขณะกำลังจะง้างสาย นายทหารเสมียนวัยกลางคนก็โบกมือ “พอได้แล้ว”
หวังเถี่ยจู้รีบกล่าว “ใต้เท้า ขอให้ข้าได้โอกาสอีกครั้งเถิด ยิงสิบดอกเข้าเป้าห้าดอก ข้าทำได้แน่นอน”
นายทหารเสมียนวัยกลางคนกลอกตา ก่อนกระแอมเบา ๆ “วันนี้ลมแรง ส่งผลต่อผลการทดสอบ
เอาอย่างนี้ ลดระยะให้เจ้า 10 จั้ง ไม่สิ ลดให้ 20 จั้ง ลูกธนูอีก 8 ดอก ขอเพียงยิงเข้าเป้า 2 ดอก ก็ถือว่าเจ้าผ่าน”
ทหารร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินคำพูดนี้ มุมปากก็กระตุกอย่างอดไม่ได้
แต่หวังเถี่ยจู้กลับมีสีหน้ายินดี รีบประสานมือคำนับขอบคุณไม่หยุด
จากนั้นเขาก็ก้าวเร็ว ๆ ไปหยุดห่างจากเป้าไม้ 20 จั้ง แล้วง้างธนูยิงต่อ
ลูกธนูไม้ไผ่แปดดอก เฉียดฉิวเข้าเป้าสองดอก ดอกหนึ่งเพียงเฉี่ยวขอบเป้าไม้ แต่นายทหารเสมียนวัยกลางคนก็นับว่าเข้าเป้าเช่นกัน
“หวังเถี่ยจู้ ยินดีด้วย เจ้าผ่านการทดสอบรับสมัครทหารแล้ว กลับไปเตรียมตัวและกล่าวลาครอบครัวเสีย อีก 6 วันให้นำป้ายคำสั่งนี้มารายงานตัวที่ค่ายทหาร” นายทหารเสมียนวัยกลางคนยื่นป้ายไม้ไผ่ที่ด้านบนกว้าง ด้านล่างแคบ และสลักอักษรคำว่า ‘รับสมัคร’ ไว้ตรงกลางให้หวังเถี่ยจู้
หวังเถี่ยจู้รับป้ายมาอย่างยินดี น้ำเสียงสั่นเครือขณะกล่าว “ขอบคุณใต้เท้าที่เมตตา”
นายทหารเสมียนวัยกลางคนยิ้มบาง ๆ “หวังว่าเมื่อเจ้าไปถึงแนวหน้าแล้ว จะได้แสดงฝีมือ สร้างผลงาน และไม่ทำให้ความไว้วางใจที่ข้ามอบให้ต้องสูญเปล่า”
หวังเถี่ยจู้พยักหน้ารัว “ใต้เท้าวางใจเถิด หากข้าสร้างผลงานได้ ย่อมไม่ลืมพระคุณอันยิ่งใหญ่ของใต้เท้า”
