ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า “มิน่าเล่า พอพบกัน ฉินเชียนฮู่ก็จงใจหาเรื่องข้าทุกทาง”
เหลยหู่แค่นเสียง “อย่าไปสนใจเขา ปกติเขาเป็นคนใจแคบอยู่แล้ว”
ลู่เฟิงเหนียนส่ายหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “ตอนนี้ข้าล่วงเกินเขาไปแล้ว เกรงว่าจะถูกเขาแก้แค้น”
เหลยหู่เหลือบตามอง “เจ้าหนูพูดเรื่องพวกนี้กับข้า เพราะอยากให้ข้าคอยหนุนหลังเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มบาง “ข้าเป็นทหารที่ท่านเกณฑ์มา ทั้งยังจะไปแนวหน้าเพื่อสร้างเกียรติยศให้ท่าน ท่านย่อมต้องคุ้มครองข้าอยู่แล้ว”
เหลยหู่กล่าวต่อ “เลิกเสแสร้งทำเป็นโง่ต่อหน้าข้าได้แล้ว หากเจ้าเป็นคนกลัวเรื่องยุ่งยาก คงไม่ลงมือสังหารลูกน้องคนสนิทของฉินซานหมิงรวดเดียวถึงห้าคน ทั้งยังไม่เอาดาบกวาดสารทของเขามาด้วย”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ยื่นมือออกมา “เอาดาบมาให้ข้าดูหน่อย ตาเฒ่าฉินซานหมิงนั่นปกติหวงดาบกวาดสารทราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ข้าแค่มองนานหน่อย เขาก็ถลึงตาใส่แล้ว
วันนี้ข้าจะจับให้หนำใจ”
ลู่เฟิงเหนียนแสดงท่าทีใจกว้าง “ก็แค่ดาบเล่มหนึ่ง หากท่านเชียนฮู่ชอบ ข้ายกให้ท่านก็แล้วกัน”
กล่าวจบ เขาก็โยนดาบกวาดสารทให้เหลยหู่ทันที
เหลยหู่รับดาบไว้ ชักดาบกวาดสารทออกจากฝักพร้อมเสียงเคร้ง
แสงเย็นเยียบคมกริบ คมดาบสะท้อนเงาคน นับเป็นดาบชั้นดีจริง ๆ
ลู่เฟิงเหนียนมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าดาบกวาดสารทเหนือกว่าดาบเล่มนั้นของเย่เจิ้งถังมาก
“เป็นดาบชั้นดีจริง ๆ!”
เหลยหู่ถือดาบกวาดสารทไว้ในมือ พลิกข้อมือฟันใส่อากาศติดกันหลายครั้ง ก่อนเอ่ยชมไม่ขาดปาก
