หน้าคลังของสำนักหลิวอิ๋น เหล่านายกองแห่งกองทัพเจิ้นซีต่างหน้าซีดเผือดและสั่นเทา
หลิวเจิ้นถิงกล่าวต่อว่า “ถนนหลิวอิ๋นแห่งนี้ ข้าเป็นผู้สร้างขึ้นมาด้วยมือของตนเอง ความรุ่งเรืองในวันนี้ ข้าไม่รู้ว่าทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายเพียงใด
จะให้ยกให้ผู้อื่นไปง่าย ๆ เช่นนี้ ข้าไม่ยินยอมเด็ดขาด!
ก่อนฟ้าสางพรุ่งนี้ ไม่จำเป็นต้องจับโจรให้ได้ ข้าต้องการเพียงให้พวกเจ้าตามตั๋วเงินที่หายไปกลับคืนมา
หากแม้แต่เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วข้าจะเก็บพวกเจ้าไว้ทำอะไร?”
ว่านซงและคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าขมขื่น ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
หากตามหาตั๋วเงินพบ พวกเขาจะรอจนถึงตอนนี้ทำไม?
ในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน แล้วก็เห็นลู่เฟิงเหนียนกำลังพาสยงชีและลู่หยาง พร้อมคนอีกเจ็ดคน ถือจอบขุดหาอะไรบางอย่างอยู่ไม่ไกล
จอบกระทบหินดังเคร้งคร้างไม่ขาดสาย
ว่านซงจำลู่เฟิงเหนียนได้ ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วพลันยิ่งซีดลงไปอีก
มุมปากเขากระตุกคล้ายอยากเอ่ยอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
เวลานั้นเอง ทหารคนสนิทหน้าดำผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังหลิวเจิ้นถิงก็ตะโกนเสียงดัง “พวกเจ้าเป็นคนของผู้ใด? กำลังทำอะไรกันอยู่?”
ลู่เฟิงเหนียนทิ้งจอบ รีบหันไปคารวะหลิวเจิ้นถิงกับพวกอย่างนอบน้อมหลายครั้ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นว่า
“หัวหน้าสิบนายลู่เฟิงเหนียนแห่งกองที่สามของกองทัพเจิ้นซี คารวะท่านจ่งปิงและใต้เท้าทุกท่าน ข้าน้อยนำผู้ใต้บังคับบัญชามาตามหาตั๋วเงินที่ถูกขโมยไปขอรับ”
