“ลู่เฟิงเหนียน เจ้าไม่รักษาคำพูด! เจ้าบอกว่าจะยิงมือขวาข้าถึงสองครั้ง แต่กลับยิงมือซ้ายกับขาขวาข้าไปก่อน! ช่างต่ำช้าไร้ยางอายนัก!”
ชายหน้าตอบเหลืองดิ้นรนลุกขึ้นนั่ง พลางตะโกนด้วยความโกรธ
ขณะเดียวกัน แววหวาดกลัวที่ปิดบังไม่มิดก็ฉายชัดในดวงตาทั้งสองของเขา วิชายิงธนูของลู่เฟิงเหนียนทำให้เขาทั้งตื่นตะลึงและสั่นสะท้าน
ลู่เฟิงเหนียนก้มมองเขา ริมฝีปากประดับรอยยิ้ม “ต้องขออภัยจริง ๆ ระยะห่างไกลไปสักหน่อย อีกทั้งฟ้ามืดเกินไป มองไม่ชัด แยกมือกับเท้าไม่ออก
แต่ระยะนี้ ข้ารับรองได้ว่าครั้งนี้จะยิงมือขวาของเจ้าโดนแน่นอน”
กล่าวจบ เขาก็ทำท่าจะเอื้อมไปหยิบคันธนูล่าสัตว์บนหลัง
ชายหน้าตอบเหลืองหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยว่า “เรื่องซุ่มโจมตีเจ้าเป็นคำสั่งลับจากเซี่ยนลิ่งอู๋ เย่เจิ้งถังไม่รู้เรื่อง”
ลู่เฟิงเหนียนร้องอ้อ ก่อนถามต่อ “เซี่ยนลิ่งอู๋สั่งพวกเจ้าไว้อย่างไร?”
ชายหน้าตอบเหลืองกลืนน้ำลาย “ถ้าข้าบอกทุกอย่าง เจ้าจะฆ่าข้าหรือไม่?”
มุมปากลู่เฟิงเหนียนยกขึ้นเล็กน้อย “ก็ต้องดูว่าเจ้าพูดความจริงหรือไม่”
ชายหน้าตอบเหลืองรีบตอบ “ข้าพูดความจริงแน่นอน เซี่ยนลิ่งอู๋สั่งพวกเราว่าห้ามไว้ชีวิตใคร ต้องสังหารครอบครัวของเจ้าทั้งหมด
ส่วนเหตุผล เจ้าไม่ต้องถามข้า ข้าก็ไม่รู้ พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฟิงเหนียนก็ขมวดคิ้วแน่น ประกายเย็นเยียบวูบไหวในดวงตา
เขารู้ดีว่าอู๋ซานเซิ่งทำเช่นนี้ก็เพื่อฆ่าปิดปากอย่างชัดเจน
บัดนี้ทางแคว้นส่งขุนนางลงมายังอำเภอชิงเหอ เพื่อไต่สวนคดีของลู่เฟิงเหนียนด้วยตนเองแล้ว
