โหวเลี่ยงก้าวยาว ๆ มาข้างหน้า จนมาหยุดห่างจากลู่เฟิงเหนียนสิบก้าว ใบหน้าฉายแววเยาะเย้ย “ลู่เฟิงเหนียน เจ้าจะประลองอย่างไร ว่ามาได้เลย”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มน้อย ๆ “พวกเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายท้าประลอง จะประลองแบบไหน เจ้าก็ตัดสินใจเองเถิด
เช่นนี้ ต่อให้แพ้ก็จะได้ไม่มีข้ออ้าง”
โหวเลี่ยงแค่นเสียงเย็นชา “ช่างกล่าวโอหังนัก! อาศัยวิชายิงธนูของต้าชิ่ง พวกเจ้าจะเอาชนะข้าได้หรือ?”
พูดจบ เขาก็ปลดคันธนูยาวสีดำสนิทที่สะพายอยู่ด้านหลังออกมา แล้วตบเบา ๆ “ทหารต้าชิ่งที่ตายด้วยธนูคันนี้ อย่างน้อยก็มีถึงสามสิบคน
ส่วนใหญ่ยังเป็นมือธนูเทพที่พวกเจ้าชาวต้าชิ่งเรียกกันเสียด้วย”
ลู่เฟิงเหนียนเหลือบมองคันธนูสีดำสนิท ก่อนกล่าวเรียบ ๆ “นั่นก็เพราะข้ามาถึงด่านสือหยางช้าไปหน่อย
หากข้ามาเร็วกว่านี้ เจ้าของคันธนูนี้คงเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปนานแล้ว!”
“โอหัง!”
โหวเลี่ยงเดือดดาล คำรามว่า “ลู่เฟิงเหนียน การประลองคราวนี้เราไม่ต้องประลองฝีมือกันแล้ว เจ้ากล้าสู้ตายกับข้าหรือไม่?”
ได้ยินดังนั้น ว่านซงกับเยี่ยนซานต่างขมวดคิ้วพร้อมกัน
ส่วนเหล่าสายลับจากกองลาดตระเวนต้าโจวกลับพากันส่งเสียงโห่ร้องยั่วยุ
“ลู่เฟิงเหนียน อย่าขลาดกลัวเชียว!”
“แซ่ลู่ กล้ารับคำท้าหรือไม่?”
“ไม่กล้ารับคำท้าก็เป็นแค่ผู้หญิง เป็นเต่าหดหัว!”
……
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มมุมปาก “ข้าบอกไปแล้ว เจ้าคือผู้ท้าประลอง อยากประลองแบบใด ข้าก็พร้อมรับทั้งนั้น”
สิ้นคำ เหล่าสายลับจากกองลาดตระเวนต้าโจวก็ปิดปากลงทันที ต่างมองลู่เฟิงเหนียนด้วยสีหน้าประหลาดใจ
