ลูกธนูและทวนสั้นไม่อาจทำอันตรายตะพาบเฒ่าได้ กลับยิ่งทำให้มันเดือดดาล
มันซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ ใช้ร่างอันใหญ่โตพุ่งกระแทกแท่นหินครั้งแล้วครั้งเล่า จนแท่นหินสั่นไหวไม่หยุด
ขณะเดียวกัน คลื่นน้ำมหึมาก็ซัดโถมขึ้นมา มุ่งเข้ากระแทกแท่นหิน
ลู่เฟิงเหนียนรีบสั่งให้ทุกคนถอยไปอยู่ใต้ผาหิน แล้วคว้าเชือกป่านที่เอวไว้แน่น ก่อนจะรวมกลุ่มกัน
ตะพาบเฒ่าเห็นได้ชัดว่าโกรธจัด มันพลิกตัวพุ่งโจมตีอยู่ในน้ำ ก่อคลื่นลมปั่นป่วน
คลื่นสูงท่วมหัวคนซัดกระหน่ำแท่นหินระลอกแล้วระลอกเล่า
ชายฉกรรจ์ทั้ง 16 คนถูกคลื่นซัดจนโงนเงน หากมิได้ร่วมแรงกัน อีกทั้งยังมีเชือกผูกเอวไว้ คงมีคนถูกซัดตกน้ำไปนานแล้ว
ตะพาบเฒ่าอาละวาดอยู่ในน้ำนานถึงครึ่งเค่อ บางทีมันอาจเหน็ดเหนื่อยจากการดิ้นรน จึงหยุดลงในที่สุด
ทว่ามันก็ไม่ได้อยู่นิ่ง กลับดำลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เพื่ออุดช่องโหว่ในลำน้ำต่อ
ลู่เฟิงเหนียนและคนอื่น ๆ ถอนหายใจโล่งอก ก่อนออกมาจากใต้ผาหิน
“พี่เฟิงเหนียน ตะพาบเฒ่าตัวนี้แทบจะกลายเป็นภูตแล้ว มันซ่อนจุดอ่อนของร่างกายไว้มิดชิด พวกเราไม่มีโอกาสยิงถูกเลย” จ้าวเถี่ยขมวดคิ้วแน่น
หยางอิ๋นเฟิงกับหยางซื่อไห่ก็ส่งเสียงเห็นด้วยกับความเห็นเดียวกัน
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ใช้ทวนสั้นแบมือให้ดู ตรงง่ามนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มีแผลปริ เลือดไหลซึมออกมาแล้ว
เขาส่ายหน้า “กระดองของสัตว์เดรัจฉานตัวนี้แข็งเกินไป ทวนสั้นของข้าไม่เพียงทำอะไรมันไม่ได้ กลับถูกแรงสะท้อนจนมือบาดเจ็บเสียเอง”
จ้าวเถี่ยกล่าวเสียงขรึม “มันเคลื่อนไหวในน้ำได้คล่องแคล่ว พวกเราไม่มีทางทำอะไรมันได้เลย”
