เย่เจิ้งถังหรี่ตาลงเล็กน้อย “ข้าคือหัวหน้ามือปราบแห่งอำเภอชิงเหอ การจับโจรผู้ร้ายเป็นหน้าที่ของข้า จะให้ปล่อยเจ้าไป คิดว่าเป็นไปได้หรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “จำเป็นต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งเลยหรือ?”
เย่เจิ้งถังแค่นหัวเราะ “ลู่เฟิงเหนียน เจ้าเห็นค่าตัวเองสูงเกินไปแล้ว ธนูต่อเนื่องสี่ดอกนั้นไม่ธรรมดาจริง แต่คิดจะใช้แค่นี้สู้กับข้าจนตายไปข้างหนึ่ง เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้วกระมัง?”
ลู่เฟิงเหนียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ธนูสี่ดอกยังไม่ใช่ขีดจำกัดของข้า หากหัวหน้ามือปราบเย่ยืนกรานจะบีบให้ข้าสู้สุดชีวิต ข้าก็ลองยิงธนูห้าหรือหกดอกในคราวเดียวได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รูม่านตาของเย่เจิ้งถังก็หดเล็กลง
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “เจ้ารับธนูสี่ดอกของข้าได้ หากเป็นห้าดอก เกรงว่าคงถึงขีดจำกัดแล้ว ส่วนหกดอก เจ้าต้องบาดเจ็บแน่”
“เลิกคุยโวเสียที!”
เย่เจิ้งถังเอ่ยเสียงเย็นชา
ลู่เฟิงเหนียนยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “หากไม่เชื่อ ตอนนี้ข้าสาธิตให้เจ้าดูได้เลย”
กล่าวจบ เขาก็ไม่รอฟังคำตอบจากเย่เจิ้งถัง
หยิบลูกธนูขึ้นมาน้าวสาย เสียงหวือดังขึ้น ลูกธนูไม้ไผ่ดอกหนึ่งพุ่งไปปักบนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบจั้ง
การกระทำเช่นนี้ทำให้เย่เจิ้งถังกับมือปราบสองคนบนถนนหลวงงุนงงกันไปหมด
ลู่เฟิงเหนียนอธิบายเสียงเบา “การขึ้นสายธนูยิงห้าหรือหกดอกในคราวเดียวยังฝืนกำลังข้าอยู่บ้าง
ต้องวอร์มร่างกายก่อน มิฉะนั้นโอกาสสำเร็จคงต่ำ รบกวนหัวหน้ามือปราบเย่รอข้าสักครู่
แน่นอน หากหัวหน้ามือปราบเย่ไม่อยากรอและต้องการลองด้วยตัวเอง ข้าก็ไม่ขัดข้อง”
