ออกจากโรงสุราแล้ว สีหน้าของตาเฒ่ากู้ดูยินดีอยู่ไม่น้อย ซึ่งหาได้ยากนัก
“ไม่คิดเลยว่าบ้านน้องหูจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ยังรู้จักห่ออาหารกลับบ้านด้วย”
เมื่อเห็นบิดาดีใจ กู้หรูหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจบอก อย่างไรเสียก็เป็นน้ำใจของท่านลุงหู
“ท่านพ่อ ท่านลุงหูห่ออาหาร ก็เพราะอยากให้พวกเราห่อกับข้าวกลับไปสักหลายอย่าง ตระกูลหูมีฐานะมั่นคง ไม่ได้ขาดกับข้าวเพียงสองอย่างนี้หรอก”
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนห่ออาหาร ท่านลุงหูยังตั้งใจให้เสี่ยวเอ้อห่ออาหารจานดีบนโต๊ะให้พวกเขา ส่วนที่ท่านลุงห่อกลับไปนั้นเป็นกับแกล้มจานหนึ่ง
คงกลัวว่าพวกเขาจะกระดากใจไม่กล้าห่อกลับ ทั้งยังรู้ว่าอาหารบนโต๊ะเป็นของดีที่หาได้ยากสำหรับตระกูลกู้
“ตอนแรกท่านลุงหูสั่งอาหารมากมายเช่นนั้น คงตั้งใจไว้แล้วกระมัง”
ตาเฒ่ากู้พลันเข้าใจ “ข้าก็นึกอยู่แล้ว พวกเรามีกันแค่ไม่กี่คน จะสั่งอาหารมากมายเช่นนั้นกินหมดได้อย่างไร”
เพราะกลัวบุตรชายจะเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมสำนักศึกษา เขาจึงไม่กล้ากินอย่างเต็มที่ สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเมื่อจะออกจากโรงสุรา เขารู้สึกเสียดายเพียงใดเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะที่แทบยังไม่มีใครแตะต้อง
เมื่อมาถึงนอกสำนักศึกษา กู้หรูหลี่มองบิดาที่หิ้วกล่องอาหาร สีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม มุมปากก็พลันยกขึ้นเล็กน้อย
“ท่านพ่อ เงินอยู่กับท่าน อีกประเดี๋ยวท่านไปหาแม่ ซื้อของกินของใช้เข้าบ้านสักหน่อยเถิด”
คาดว่าเวลานี้มารดายังคงขายเต้าหู้ขี้เถ้าอยู่ เนื่องจากหูต้าฟาเป็นเจ้ามือเลี้ยง กู้หรูหลี่จึงไม่กล้าเอ่ยปากชวนหวังซื่อมาด้วย อย่างไรเสียแขกย่อมไม่พาแขกมาอีกทอด
“ได้ พ่อจะมองเจ้าจนเข้าไปก่อน แล้วค่อยไปหาแม่เจ้า”
ตาเฒ่ากู้มองบุตรชายด้วยรอยยิ้ม กู้หรูหลี่เข้าใจว่าบิดาตกลงแล้ว จึงหันกายเดินเข้าสำนักศึกษา
“ตาเฒ่า ของดีมากมายเช่นนี้มาจากที่ใดกัน?” หวังซื่อมองอาหารในกล่องด้วยความตกตะลึง ก่อนหันไปมองตาเฒ่ากู้
