“อาโจว เจ้าไปแจ้งเรื่องนี้กับนายท่านด้วยตนเองเถิด” ผู้จัดการร้านสั่งหลานชายให้ไปสักเที่ยว
จากนั้นเขาก็ต้อนรับพ่อลูกตระกูลกู้ เฉินโหย่วจื้อแม้อยากรู้เรื่องราวต่อจากนั้นในนิยายอยู่ไม่น้อย แต่ก็รู้กาลเทศะ จึงขอตัวกลับไปก่อน
ผ่านไปเพียงชั่วเวลาชงชา หลานชายผู้จัดการร้านก็ติดตามชายสูงวัยผู้หนึ่งเข้ามาในร้านหนังสือ
“นายท่าน ท่านนี้คือคุณชายกู้น้อย กู้หรูหลี่ ส่วนท่านนี้คือกู้ต้าซาน บิดาของคุณชายกู้น้อย”
“ทั้งสองท่าน นี่คือนายท่านของร้านหนังสือเรา หูต้าฟา”
แซ่หูหรือ? กู้หรูหลี่ยกคิ้ว หรือจะบังเอิญถึงเพียงนั้น?
“กู้หรูหลี่? เจ้าคือกู้หรูหลี่ที่ลูกชายข้าเอ่ยถึงอยู่ทุกวี่วันหรือ?” หูต้าฟามองกู้หรูหลี่ด้วยความประหลาดใจ
หัวโตตัวเล็ก ดูราวกับไม่เคยได้กินอิ่ม หูต้าฟาครุ่นคิดในใจ
“ขอถามนายท่านหู หมายถึงหูเทียนโย่วสหายร่วมชั้นของข้าหรือ?”
“ในสำนักศึกษาชิงซานของพวกเจ้า คนแซ่หูก็มีไม่กี่คน”
“หรูหลี่คารวะท่านลุงหู” กู้หรูหลี่ลุกขึ้นประสานมือคำนับ
กู้ต้าซานก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองฝ่ายสนทนาทักทายกันสองสามคำ หูต้าฟาจึงเชื้อเชิญให้ทั้งคู่นั่งลง
“ผู้จัดการจง เจ้าอยู่กับข้ามาหลายปีแล้ว เพียงนิยายเล่มหนึ่งกลับทำให้ข้าต้องเดินทางมาร้านหนังสือด้วยตนเอง”
หากไม่ใช่เพราะกู้หรูหลี่ ยามนี้หูต้าฟาคงไม่พูดจาดีเช่นนี้
“นายท่าน นิยายเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่น อีกทั้งคุณชายกู้น้อยยังมีความคิดอื่น จึงให้คนไปเชิญท่านมา”
“นิยายก็เหมือนกันไปหมดมิใช่หรือ” หูต้าฟารับนิยายมาอย่างไม่เชื่อคำกล่าว
ตอนต้น หูต้าฟาคิดว่าเป็นนิยายรักของบัณฑิตกับสาวงาม สีหน้าเผยความเบื่อหน่ายอยู่บ้าง บุรุษวัยกลางคนอย่างพวกเขาไม่ชอบนิยายรักหวานชืด ที่มีแต่ความรักใต้บุปผาและแสงจันทร์
ครั้นอ่านถึงตอนที่ครอบครัวนางเอกถูกริบทรัพย์ และนางเอกถูกวางยาพิษจนตาย หูต้าฟาก็นั่งตัวตรงขึ้น
