แววตาของจ้าวเอ้อร์หลวีเย็นเยียบ เขาก้าวไปข้างหน้า แต่กลับถูกสายตาอ้อนวอนของหลินยวนห้ามไว้
หลินยวนเห็นว่าจ้าวเอ้อร์หลวียังยอมฟังเธอ ก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้มลงรินเหล้าให้จูเจียวฝาน สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในคอเสื้อของเธออย่างไม่วางตา ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด
หลินยวนแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น พอยืดตัวขึ้น น้ำเสียงก็เจือแววออดอ้อนเล็กน้อย “คุณชายจู พวกเราคนชั้นล่างกว่าจะไต่เต้าขึ้นมาได้ไม่ง่ายเลย คุณชายเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถือสาคนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเราเลยนะคะ แก้วนี้ฉันดื่มขอโทษคุณค่ะ”
“ขอโทษแค่นี้เองเหรอ?” จูเจียวฝานยกมือปิดปากแก้วไว้ แล้วแค่นเสียงหึ “แม่งเอ๊ย ทำเป็นแต่รินเหล้า! แล้วกูจะเรียกมึงมาทำไม?”
สีหน้าของหลินยวนไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เธอเปิดขวดเหล้าที่ยังไม่เคยเปิด แล้วยกขึ้นกรอกปาก ของเหลวสีอำพันเปียกชุ่มกระโปรง เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนให้เธอขึ้นอีกหลายส่วน เธอดื่มจนเหล้าพร่องไปครึ่งขวด ก่อนจะจ้องจูเจียวฝานเขม็ง “นี่คือความจริงใจของฉัน คุณชายจูพอใจหรือยังคะ?”
จูเจียวฝานมองหลินยวนที่แก้มแดงระเรื่อ ยิ่งดูเย้ายวนกว่าเดิม สายตาของเขาจ้องหน้าอกเธออย่างไม่คิดปิดบัง น้ำเสียงหยอกเย้า “ยังขาดอีกนิด”
จู่ ๆ หลินยวนก็หัวเราะขึ้นมา ฤทธิ์เหล้าทำให้รอยยิ้มนั้นมีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างไม่ตั้งใจ เธอหันไปเชิดคางให้กับนีโค “ออกมาเที่ยวทั้งทีก็ต้องสนุกสิ นีโค โชว์ฝีมือต่อหน้าคุณชายจูหน่อย”
นีโคกลับมาแสดงท่าทางยั่วยวนได้ทันที แขนขาวราวหยกคล้องคอจูเจียวฝาน แล้วแนบอกเข้ากับแขนเขา น้ำเสียงออดอ้อนยิ่งกว่าเดิม “คุณชายจูคะ เราไปหาห้องส่วนตัวกันเถอะ ให้หนูอยู่เป็นเพื่อนคุณดี ๆ นะคะ...”
เธอเป็นสาวสวยอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ดวงตาพราวระยับ แม้แต่บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังจูเจียวฝานยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้ แทบอยากใช้สายตาถอดเสื้อผ้าเธอออกให้หมด
แต่จูเจียวฝานกลับยื่นมือไปบีบก้นงอนของเธอ ก่อนจะเหวี่ยงอย่างแรง แก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น นีโคถูกโยนกระแทกโต๊ะกลมอย่างแรง สีหน้าซีดเผือดในพริบตา
“เธอจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน?” น้ำเสียงจูเจียวฝานเต็มไปด้วยความดูแคลน “เธอไปอยู่เป็นเพื่อนพวกพี่ ๆ ฉันให้สนุกดีกว่า...”
ภาพตรงหน้าทำเอาทุกคนคาดไม่ถึง ตอนนีโคเข้ามา เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องนอนกับจูเจียวฝาน แต่ไม่คิดว่าเขาจะเลวทรามได้ขนาดนี้ แม้แต่จ้าวเอ้อร์หลวีที่เห็นเรื่องมืดมนจนชินตอนอยู่ในคุก ยังแทบไม่เคยเจอคนกร่างขนาดนี้
นีโคตกใจจนหน้าซีด พยายามฝืนยิ้มออกมา “คุณชายจู ยังไงหนูก็เป็นตัวท็อปของไนติงเกล จะให้ไปอยู่กับผู้ชายสกปรกคนอื่นได้ยังไงคะ? ถ้าจะให้หนูอยู่เป็นเพื่อน ก็ควรเป็นคุณชายสิคะ”
“เหี้ย! เธอคิดว่าตัวเองมีค่าพอเหรอ?” จูเจียวฝานถ่มน้ำลายอย่างดูแคลน จากนั้นก็ฉวยแขนหลินยวนอย่างไม่เกรงใจ กระชากเธอเข้ามาในอ้อมแขน แล้วตะโกนกร่าง “พวกพี่ ๆ นีโคยกให้พวกแก ส่วนคุณหลินเป็นของฉัน! ถ้าคุณหลินทำตัวดี ๆ ฉันอาจจะไว้ชีวิตไอ้นั่นก็ได้ แต่ต้องหักขามันทั้งสองข้าง ให้มันจำไปนาน ๆ!”
พวกบอดี้การ์ดหัวเราะกันลั่น ก่อนพุ่งเข้าใส่นีโคราวกับหมาป่าหิวโหย เสียงกรีดร้องของเธอดังลั่นขึ้นมาทันที เสื้อผ้าถูกกระชากจนดังแควก ไม่นานผิวขาวผ่องเป็นบริเวณกว้างก็เผยออกมา
หลินยวนไม่อาจสงบนิ่งเหมือนเมื่อครู่ได้อีก เธอดิ้นขัดขืนพลางตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “คุณชายจู! ฉันเป็นผู้หญิงของพ่อคุณนะ! คุณกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้!”
“แล้วทำไมฉันจะทำกับเธอไม่ได้?” จูเจียวฝานก้มลงแนบริมหูหลินยวน น้ำเสียงหยาบคายและกร่างจัด “เธออยู่กับไอ้แก่ใกล้ตายคนนั้นได้ แล้วทำไมจะอยู่กับหนุ่มอย่างฉันไม่ได้? วันนี้ฉันจะทำให้เธอรู้จักคำว่ามีพลัง!” พูดจบเขาก็เอื้อมมือไปฉีกคอเสื้อกี่เพ้าของหลินยวน ผ้าไหมฉีกขาดดังแควก เผยให้เห็นขอบชุดชั้นในสีอ่อนด้านใน
“เหี้ย! ปล่อยพี่ยวนเดี๋ยวนี้!”
จ้าวเอ้อร์หลวีอยากลงมือมานานแล้ว เขายกเท้าถีบเข้าที่อกจูเจียวฝานอย่างแรง ร่างของจูเจียวฝานพร้อมเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งไถลไปด้านหลังครึ่งเมตร กระแทกกำแพงจึงหยุด เขาเจ็บจนหน้าเบ้
“รนหาที่ตาย!” พวกบอดี้การ์ดสบถด่าแล้วพุ่งเข้าใส่จ้าวเอ้อร์หลวี
“หวังชุน ลุยให้สุด!” เสียงหลินยวนสั่นเครือ แต่ไม่ได้ห้ามเขาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อเทียบกับการไม่รู้จะอธิบายกับจูคุนอย่างไร เธอทนไม่ได้ยิ่งกว่าที่จะถูกจูเจียวฝานย่ำยี
หวังชุนตะโกนลั่น พาพนักงานรักษาความปลอดภัยสองสามคนที่อยู่ข้างกายบุกเข้าไป แต่คนที่จูเจียวฝานพามาล้วนเป็นพวกฝึกฝนการต่อสู้มา แค่ไม่กี่กระบวนท่า พนักงานรักษาความปลอดภัยก็ถูกซ้อมจนล้มระเนระนาด บางคนถูกเตะกระเด็นไปชนโต๊ะน้ำชา ไอเป็นเลือดจนลุกไม่ขึ้น บางคนแขนถูกบิดจนผิดรูป ร้องโหยหวนพลางคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่หวังชุนที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังนอนคว่ำอยู่บนพื้น ทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ลุกขึ้นมาไม่ได้อีก
ห้องส่วนตัวเละเทะไปหมด ขวดเหล้าแตกกระจายทั่วพื้น กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นเหล้าจนชวนคลื่นไส้ ใบหน้าของหลินยวนซีดเผือดราวกระดาษ เธอคว้าแขนจ้าวเอ้อร์หลวีไว้ น้ำเสียงสั่นสะอื้น “จ้าวเอ้อร์หลวี รีบไปเร็ว! อย่ามาห่วงฉัน!”
แต่พวกนักเลงล้อมเข้ามาแล้ว ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ซ้ายขวาล้วนมีคน ไม่มีทางหนีได้เลย ใบหน้าหลินยวนซีดขาว ริมฝีปากสั่นระริก ในใจรู้ดีว่า “คืนนี้คงต้องมาตายอยู่ที่นี่แล้ว”
“พี่ยวน ผมอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว!” จ้าวเอ้อร์หลวีรีบปกป้องเธอไว้ด้านหลัง แล้วหยิบเศษไม้ไผ่ที่เหลาให้แหลมออกมาจากกระเป๋ากางเกง นี่เป็นครั้งแรกหลังออกจากคุกที่เขาใช้มัน ร่างกายกลับสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
พวกนักเลงเหล่านี้เป็นคนที่คุณชายจูจ้างมา ทุกคนเป็นพวกฝึกวิชาต่อสู้ จึงไม่เห็นคนที่หลินยวนพามาด้วยอยู่ในสายตาเลยสักคน
นักเลงคนแรกยกหมัดพุ่งเข้าใส่จ้าวเอ้อร์หลวีด้วยสีหน้าดูถูก เขาเบี่ยงตัวหลบ ก้าวเท้าพลิกจังหวะ แล้วใช้ปลายนิ้วแทงเบา ๆ เข้าใต้ซี่โครงอีกฝ่าย
สีหน้าของบอดี้การ์ดแข็งค้างทันที เขาก้มมองเลือดใต้ซี่โครงที่พุ่งออกมาไม่หยุด ร่างกายซีกหนึ่งไร้ความรู้สึก ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
จ้าวเอ้อร์หลวีดึงหลินยวนหลบการโจมตีของนักเลงคนที่สอง แล้วแทงเศษไม้ไผ่เข้าที่เอวด้านหลังของอีกฝ่าย คนคนนั้นค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน เลือดไหลนองเป็นบริเวณกว้างบนพรม
คนที่สาม คนที่สี่... พวกนักเลงตัวใหญ่ล่ำสันเหล่านี้กลับแตะชายเสื้อของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนล้มลง แววตายังเต็มไปด้วยความงุนงงและหวาดกลัว—บ้าจริง นี่มันคนหรือผีกันแน่?
เสียงร้องโหยหวนในห้องส่วนตัวเงียบลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนัก ๆ
หวังชุนพยายามคลานลุกขึ้นจากพื้น มุมปากมีเลือดติดอยู่แต่ยังลืมเช็ด เขายกนิ้วโป้งให้ด้วยสีหน้าเลื่อมใส “พี่...พี่เอ้อร์หลวี โคตรเก่งเลย!”
นีโอนั่งขดตัวอยู่ตรงมุมโต๊ะ ใบหน้าที่ซีดเผือดเริ่มมีสีเลือดขึ้นมาทีละน้อย สายตายิ่งมองก็ยิ่งร้อนแรง ราวกับเพิ่งได้รู้จักจ้าวเอ้อร์หลวีเป็นครั้งแรก
นิ้วมือของหลินยวนยังคงกำแขนจ้าวเอ้อร์หลวีแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “จ้าวเอ้อร์หลวี...นี่...ทั้งหมดนี่นายเป็นคนทำเหรอ?”
จูเจียวฝานลุกขึ้นจากพื้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ตอนแรกยังเอาแต่คุยโวว่าคนที่พามาเก่งกาจแค่ไหน แต่ตอนนี้กลับค่อย ๆ ย่องไปทางประตูห้อง จ้าวเอ้อร์หลวีตาไวมือไว เอาปลายแหลมของเศษไม้ไผ่จ่อเข้าที่ลูกกระเดือกของเขา
ถึงตอนนี้หวังชุนถึงได้เห็นชัด ๆ ว่าของในมือจ้าวเอ้อร์หลวีคืออะไร เขาสูดหายใจเฮือก “พี่...พี่หยาง นี่พี่ใช้เศษไม้ไผ่เหรอ?”
ไม่มีใครคิดเลยว่า “อาวุธร้ายแรง” ที่ใช้โค่นพวกนักสู้เหล่านี้จะเป็นเพียงเศษไม้ไผ่ธรรมดา ๆ ท่อนหนึ่ง ภาพตรงหน้าช่างเหมือนฝันจริง ๆ
ร่างจูเจียวฝานแข็งทื่อราวกับก้อนหิน เสียงสั่นจนแทบฟังไม่เป็นคำ “แก...แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ? จูคุนไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
“ไม่ปล่อยฉัน?” จ้าวเอ้อร์หลวีหัวเราะ “ไอ้เวร แกพูดกับใคร...”
จู่ ๆ เขาก็ยกมือตบหน้าจูเจียวฝานทีแล้วทีเล่า “พูดกับใคร! พูดกับใคร! พูดกับใครหา? คนของจ้าวเอ้อร์หลวีก็กล้าแตะงั้นเหรอ!”
เขาพูดหนึ่งประโยคก็ตบหนึ่งฉาด เสียงเพียะอันน่าสะพรึงดังสนั่นจนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ขนหัวลุก
