ไม่มีใครคาดคิดว่าจุดจบจะออกมาในรูปแบบนี้
ทีมงานรายการเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแจ้งตำรวจ เพราะหากพ่อแม่คิมต้องการเอาชีวิตคิมยุนจริง พวกเขาก็จะไม่ยอมนั่งดูดายแน่นอน
งานด้านมนุษยธรรมของประเทศเกาหลีทำได้ดีมาก เมื่อได้รับแจ้งความ ตำรวจก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
แทบไม่ต้องสืบสวนมากมาย ภายในวันเดียวตำรวจก็สืบได้อย่างกระจ่างชัด
แม้คิมยุนจะเป็นออทิสติก แต่การดูแลของคุณยายคิมก่อนสิ้นลมประสบผลสำเร็จอย่างมาก
เนื่องจากวิญญาณของคุณยายคิมอยู่ข้างกายคิมยุนตลอด ดังนั้นคิมยุนจึงมีอารมณ์มั่นคงและค่อย ๆ ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่พ่อแม่คิมทำกับเขา
พ่อแม่คิมถูกควบคุมตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนคิมยุนถูกส่งไปยังสถานสงเคราะห์เฉพาะเพื่อรับการดูแล
หลังจากเรื่องราวจบลง ก็ผ่านไป 48 ชั่วโมง
ก่อนที่คิมยุนจะถูกส่งตัวไป จู้สือยวนได้มอบยันต์แผ่นหนึ่งให้แก่เขา พลางหันไปพูดกับผู้กำกับรายการที่เป็นล่ามแปลให้ว่า "บอกเขาด้วยว่า ถ้าหลังจากนี้อยากเจอคุณยายตลอดไป ก็ให้เอาของที่ฉันให้ติดตัวคุณยายไว้ตลอดเวลา แล้วจุดธูปสามดอกหน้าแท่นบูชาทุกวัน ด้วยวิธีนี้วิญญาณของคุณยายจะไม่แตกสลาย และสามารถอยู่ในโลกมนุษย์ได้จนกว่าเขาจะตาย"
ผู้กำกับเกรงว่าคิมยุนจะไม่เข้าใจ จึงอดทนค่อย ๆ อธิบายให้อีกฝ่ายฟัง
ไม่รู้ว่าคิมยุนเข้าใจหรือไม่ แต่ก่อนที่จู้สือยวนจะจากไป ใบหน้าเล็กเรียวหล่อเหลาของคิมยุนก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างยากจะได้เห็น จากนั้นก็โบกมือบ๊ายบายให้จู้สือยวน
——
ภารกิจที่สองก็เป็นจู้สือยวนที่ชนะอีกครั้ง
ตลอดทาง อีโซจาไม่ปริปากพูดอีกเลย ในใจมีแต่ความโล่งอกที่จู้สือยวนไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ กับตน มิฉะนั้น…คงอับอายขายขี้หน้าถึงบ้านยายเลยทีเดียว!
เนื่องจากต้องให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของตำรวจ ทีมงานรายการจึงเสียเวลาไปบ้างที่บ้านตระกูลคิม ดังนั้นในตอนเช้าตรู่วันถัดมา เหล่าผู้ร่วมรายการจึงนั่งรถตู้สีดำมายังสถานที่เชิญวิญญาณแห่งสุดท้ายแต่เช้าตรู่ — มันคือบ้านชั้นเดียวที่สร้างเองในชนบท
ระหว่างทางมา จู้สือยวนสังเกตพบว่า บ้านชั้นเดียวนี้ตั้งอยู่ทางเข้าหมู่บ้าน โดยรอบยังมีรั้วท่อนไม้กั้นอยู่ บนรั้วมีต้นกุหลาบเลื้อยและต้นเฟื่องฟ้าพันเกี่ยว
