วันที่หนึ่งกันยายน เป็นวันเปิดเทอมทั่วประเทศ
จู้สือยวนและจู้เหย่สองพี่น้องเก็บข้าวของเสร็จแต่เช้า นั่งรถประจำทางไปโรงเรียน
จู้ฮั่นเหนียนเดิมทีจะไปส่ง แต่ถูกจู้สือยวนปฏิเสธ
"พ่อคะ เรื่องของอวิ๋นเป่าต้องคุยกับโรงเรียนต่อหน้า ถ้าโรงเรียนไม่จัดการก็ให้อวิ๋นเป่าเปลี่ยนโรงเรียนซะ ถึงจะยุ่งยากหน่อย แต่จะให้เธอถูกข่มเหงไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นไม่ต้องไปส่งหนูหรอกค่ะ มีพี่สามอยู่ด้วยจะไม่มีปัญหาอะไร"
เรื่องที่จู้อวิ๋นเป่าถูกรังแก เธอไม่ได้ปิดบังคนในบ้าน
วันนั้นจู้หวยจือก็ติดต่อกับคุณครูแล้ว แต่คำตอบของคุณครูคลุมเครือมาก จู้หวยจือขาไม่สะดวก จึงมีเพียงจู้ฮั่นเหนียนที่พาหลานสาวไปโรงเรียนเพื่อขอคำอธิบาย
ในใจจู้ฮั่นเหนียนก็กังวลกับสถานการณ์ของจู้อวิ๋นเป่าที่โรงเรียนอนุบาลมากกว่า เมื่อเห็นจู้สือยวนพูดเช่นนั้นก็พยักหน้าตาม "สัปดาห์หน้าวันหยุดพ่อมารับ"
พูดจบจู้ฮั่นเหนียนก็พาจู้อวิ๋นเป่าไปโรงเรียนอนุบาล ส่วนจู้สือยวนและจู้เหย่ไปโรงเรียนมัธยมปลายไห่เฉิงหนึ่ง
ด้านนอกโรงเรียนมัธยมหนึ่งขณะนี้รถรามากมาย ผู้คนเดินขวักไขว่ไม่ขาดสาย
สือยวนวันนี้สวมชุดกี่เพ้าสีเขียวอ่อนเรียบหรู ผมเกล้าขึ้นครึ่งหนึ่ง ใบหน้าเล็ก ๆ ขาวผุดผ่องดุจหยกเนื้อละเอียด
ด้านหลังเธอ จู้เหย่ถือกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบในมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือกระเป๋าอีกใบ แบกที่นอนสองชุดบนหลัง นิ้วมือทั้งสองข้างยังสามารถเกี่ยวกับถังน้ำพลาสติกสีเขียวสองใบได้ อากาศร้อนอบอ้าว หน้าผากของจู้เหย่มีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นเต็มไปหมด
ประกอบกับผมสีเหลืองสองกระจุกบนหัวของจู้เหย่และการแต่งตัวแนวทางเลือกตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งสองคนนั้นช่างเป็นภาพที่งดงามสะดุดตาเสียจริง
จู้เหย่พาสือยวนไปรายงานตัวด้วยความชำนาญ และไปส่งเธอถึงใต้หอพัก
