"ท่านพี่อยากรักษาหรือไม่"
จู้หวยจือไม่ต้องคิดก็ตอบทันทีว่า "อยาก ฉันฝันอยากจะรักษามาตลอด เพียงแต่..."
จู้หวยจือพลันหยุดพูดไม่เอ่ยต่อ
แต่ว่าจู้สือยวนกลับเข้าใจสิ่งที่จู้หวยจือซ่อนไว้ในแววตา
ตอนนั้นอาการบาดเจ็บของท่านพี่สาหัสเกินไป หากตระกูลจู้ไม่ล้มละลายอาจยังพอหาหมอชื่อดังจากทั่วประเทศและต่างประเทศมารักษาได้ แต่หลังจากตระกูลจู้ประสบปัญหา คุณพ่อจู้ก็ยุ่งตัวเองจนหัวหมุน ยุ่งอยู่กับการพาภรรยาและลูกหลบหนี้ ทั้งยังต้องดูแลลูกชายคนโตที่บาดเจ็บหนักจากอุบัติเหตุรถยนต์ ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้จู้ฮั่นเหนียนรับมือแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงการตามหาหมอฝีมือดีเลย
จู้หวยจือรู้ดีแก่ใจ
ดังนั้นหลายปีมานี้เขาจึงเก็บงำความรู้สึก ไม่เคยแสดงท่าทีหดหู่ต่อหน้าคนในครอบครัว เพราะเขารู้ว่าเรียวขาของตัวเองคงเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต ไม่มีทางฟื้นคืน จึงไม่คิดถึงเรื่องที่เลื่อนลอยไร้สาระ
แต่คำของเฉินหยวนที่ด่าจู้อวิ๋นเป่ากลับทำให้เขาโกรธแค้น ไม่ยินยอม และรู้สึกผิด
ตอนนี้ที่บ้านดีวันดีคืน ค่อย ๆ กลับเข้าสู่เส้นทางปกติ
ตราบใดที่ยังมีหนทาง จู้หวยจือก็อยากลองดูทั้งหมด
"ท่านพี่ เชื่อใจฉันหรือไม่" เสียงของจู้สือยวนใสเย็น น้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน
"ตอนนี้กระดูกของท่านพี่งอกผิดรูปไปแล้ว ถ้าอยากให้ฟื้นคืนก็ต้องผ่าตัดใหม่ ทุบกระดูกส่วนที่อยู่ตอนนี้ให้หัก นำกระดูกที่งอกผิดรูปออกมา แล้วเสริมด้วยเข็มปราณเพื่อกระตุ้นเส้นประสาท ถึงแม้ทำเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ฉันพูดเช่นนี้แล้ว ท่านพี่ยังเต็มใจจะลองดูหรือไม่"
