กินข้าวเสร็จ อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เฉินจือหยวนก็กลับเข้าห้องตัวเอง
เขานอนลงบนเตียง หยิบมือถือออกมา เปิดดูคลิปสั้นตามความเคยชิน
ดูไปได้ไม่กี่คลิป
แต่กลับรู้สึกแปลก ๆ ชอบกล
เมื่อก่อนตอนนี้เขาสามารถดูได้เป็นครึ่งชั่วโมง ยิ่งดูยิ่งตื่น
แต่วันนี้...
ดูไปได้แค่ไม่กี่คลิปก็เริ่มรำคาญ
สมาธิไม่นิ่งเอาเสียเลย
เขาจ้องหน้าจออยู่สองวิ แล้วกดออกไปเลย
ในห้องเงียบลงในทันที
เฉินจือหยวนนอนหงายจ้องเพดาน
ชั่วขณะนั้น รู้สึกเบื่อขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาเอียงคอเหลือบดูเวลา
อีก 2 ทุ่ม 48 นาที
ยังเร็วกว่าที่ระบบกำหนดไว้ตอนสี่ทุ่มครึ่ง
ที่มุมสายตา แผงควบคุมลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น
【ภารกิจระยะยาว: เข้านอนก่อนสี่ทุ่มครึ่ง】
【รางวัล: จิตใจ +1】
เฉินจือหยวนจ้องข้อความแถวนั้นอยู่พักหนึ่ง
ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาอีก
พลิกตัวกลับ
"ลองก็ลอง..."
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้สูงขึ้น แล้วหลับตาลง
ในห้องเงียบสงัด
ไม่นานนัก
เขาก็ผล็อยหลับไป
......
วันรุ่งขึ้น
นาฬิกาปลุกยังไม่ทันดัง เฉินจือหยวนก็ตื่นแล้ว
ทั้งตัวรู้สึกสดชื่นดี ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ถูกนาฬิกาปลุกแล้วสมองตื้อ ๆ มึน ๆ
"แค่นอนเร็ว ประโยชน์มันชัดขนาดนี้เลยเหรอ?"
เฉินจือหยวนเกาหัวแล้วพึมพำ
นั่งเหม่อสักพัก จากนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
ยืนหน้ากระจก เขาถือโอกาสส่องดูหน้าตัวเอง
หน้าก็ยังเป็นหน้าเดิมของเขา
แต่ผิวดูไม่มันเยิ้มเท่าไหร่
เฉินจือหยวนไม่ได้พูดอะไร
แต่มุมปากกระตุกยิ้มน้อย ๆ
ตอนนี้เอง มุมสายตาสว่างวาบขึ้นมา
แผงควบคุมเด้งออกมา
【ภารกิจระยะยาวสำเร็จ】
【จิตใจ +1 (คำนวณให้แล้ว)】
【จิตใจปัจจุบัน: 48】
ดูเวลา
อืม ยังเช้าอยู่
งั้นก็จัดการภารกิจวิ่งวันละสามกิโลเมตรให้เสร็จ ๆ ไปเลย
ไม่งั้นวันนี้เวลาเรียนเขาจะคิดเรื่องนี้ตลอด
แต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้อง
ในครัว แม่ตัวเองกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่
เห็นเฉินจือหยวนออกมาพร้อมแล้วหล่อนก็แปลกใจ "ตื่นเช้าจัง?"
"อื้ม ออกไปออกกำลังตอนเช้าหน่อย เดี๋ยวกลับมา"
มองเฉินจือหยวนเดินออกไป หลิวอิงก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ "เฮ้ย วันนี้ตะวันออกเฉียงเหนือเหรอ"
หน้าหมู่บ้าน พนักงานเก็บขยะกำลังยกถังขยะขึ้นรถ
ลังถึงร้านขายอาหารเช้าพ่นไอน้ำขาว กลิ่นน้ำเต้าหู้ลอยคลุ้งมากับความชื้นยามเช้า
เขาดึงซิปขึ้นแล้วเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้ง
จังหวะมั่นคงกว่าเมื่อวาน หายใจเข้าสองก้าว หายใจออกสองก้าว
วิ่งไปถึงหนึ่งกิโล ปอดเริ่มร้อนขึ้นมา แต่ไม่ได้แสบจนอยากอ้วกเหมือนวันแรก
วิ่งถึงสองกิโล เหงื่อซึมออกมาเป็นชั้นบาง ๆ แต่ขาไม่ล้า
วิ่งถึงสามกิโล เขาลดความเร็วลง เดินช้า ๆ อยู่พักหนึ่ง เอามือยันเข่าหอบหายใจ
แผงควบคุมเด้งออกมา
【ภารกิจวิ่งจ๊อกกิ้งสามกิโลวันนี้สำเร็จ ค่าพลังกาย +1 ค่าหน้าตา +0.5 (คำนวณให้แล้ว)】
【ประเมินผล: วันที่สอง สามกิโลไม่ได้ทำนายเกือบตาย ความก้าวหน้าเห็นได้ชัด】
【ค่าพลังกายปัจจุบัน: 50 (เข้าขั้นคนปกติแล้ว แต่ยังอ่อน ต้องพยายามต่อไป)】
【ค่าหน้าตาปัจจุบัน: 52 (ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังเป็นคนธรรมดา)】
ดูค่าพลังกายกับค่าหน้าตาที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เฉินจือหยวนเผยอยิ้มมุมปาก
การเพิ่มขึ้นที่เห็นได้แบบนี้ ได้ผลตอบรับทันใจ มันทำให้รู้สึกดีจริง ๆ
กลับถึงบ้าน อาบน้ำ
ออกมาแล้ว แม่ก็ยกอาหารเช้าขึ้นโต๊ะเรียบร้อย
พ่อนั่งดูข่าวเช้าอยู่บนโซฟา ในมือถือชาแก่ถ้วยหนึ่ง
เฉินหว่านถิงเพิ่งตื่น ผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนก เดินออกจากห้องไปเข้าห้องน้ำ ตอนเดินผ่านโต๊ะอาหารตายังปิดอยู่
เฉินจือหยวนล้างมือเสร็จก็นั่งลง หยิบซาลาเปามาก้อนหนึ่ง
"อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ?" แม่โผล่หัวออกมาจากครัว
"อื้ม"
หล่อนไม่ได้ถามอะไรต่อ หันกลับไปทอดไข่ต่อ
เฉินหว่านถิงทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างเขา ก้มหน้าเช็คมือถือ
กินอาหารเช้าเสร็จ ดูค่าขนมหยวนที่แม่ให้มาห้าหยวน
เฉินจือหยวนลองหยั่งเชิง "ขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม?"
"ค่ากินข้าวแม่ก็เติมบัตรให้หมดแล้ว ห้าหยวนซื้อขนมพออยู่แล้วนะ ม.ปลายคนนึงจะเอาเงินเยอะแยะไปทำไม?"
"โอเค~"
เฉินจือหยวนหมดมุก รับเงินแล้วออกจากบ้าน
เขาออกไปได้ไม่นาน เฉินหว่านถิงก็กินอิ่ม มายื่นมือขอเงินหลิวอิง
"แม่ ขอตังค์"
หลิวอิงให้ 20
เฉินหว่านถิงยู่ปาก "ขออีกหน่อย"
หลิวอิงให้อีกสิบหยวน "พอหรือยัง? ถ้าขออีกก็ไม่มีแล้วนะ"
"ก็ได้"
เจ็ดโมงสิบ โณงเรียนมัธยมหมายเลข 7 หรงเฉิง
เสียงออดคาบเช้ายังไม่ดัง ห้อง ม.5 (3) นักเรียนมานั่งเกือบครึ่งห้องแล้ว
เฉินจือหยวนเดินไปนั่งที่แถวสามหลังนับจากหน้าต่าง แขวนกระเป๋านักเรียนแล้วนั่งลง
เพื่อนร่วมโต๊ะหลี่เมิ่งเหยามาถึงแล้ว ตรงหน้ามีหนังสืออังกฤษกางอยู่ ในมือถือปากกา ปลายปากกาจิ้มลงบนตารางคำศัพท์ ริมฝีปากขยับเบา ๆ
หลังจากนั่งลง เฉินจือหยวนไม่ได้นั่งเหม่อที่โต๊ะเหมือนเคย
แต่หยิบหนังสืออังกฤษขึ้นมาเริ่มท่องศัพท์
บางทีอาจเป็นเพราะนอนหัวค่ำตื่นเช้า ทำให้สมองปลอดโปร่ง หรืออาจเป็นค่าจิตใจที่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแต้มส่งผลบ้าง
สรุปแล้ว เขาท่องศัพท์ได้ผลดีทีเดียว
วันต่อมา ชีวิตของเฉินจือหยวนเหมือนกดปุ่มวนซ้ำ
ก็ต้องขอบคุณที่ตอนนี้ทุกที่ลดภาระการเรียน นอกจาก ม.6 แล้ว ม.5 กับ ม.4 ที่ไปกลับถูกบังคับห้ามเข้าเรียนภาคค่ำ
ไม่งั้นเขาคงไม่มีทางเข้านอนก่อนสี่ทุ่มครึ่งได้ทุกวัน
เฉินจือหยวนตื่นเช้ามาวิ่งทุกวัน กลางคืนเข้านอนตรงเวลา
แรก ๆ ก็แค่ฝืนทำให้ได้
แต่ไม่นาน เขาก็พบว่าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ สะสมขึ้นมา
วันที่สาม เขาวิ่งสามกิโลเสร็จแล้วไม่หอบจนพูดไม่ออกเหมือนวันแรก
วันที่ห้า วิ่งพันเมตรในคาบพละ เขาไม่ได้รั้งท้ายอีกแล้ว
วันที่เจ็ด เวลาเดินอยู่ในโถงทางเดิน เริ่มมีคนมองเขามากขึ้น
วันที่สิบ ตอนที่เขายืนอยู่หน้ากระจก ก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองกับเมื่อก่อนนั้นไม่เหมือนกันแล้ว
12 กันยายน วันอังคาร ตอนเช้า
เฉินจือหยวนยืนอยู่หน้าตึกพักของตัวเอง เพิ่งวิ่งสามกิโลเสร็จ
ครั้งนี้เขาไม่ได้หอบ และไม่ได้ก้มตัวเอามือยันเข่า แค่ยืนอยู่กับที่ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ
แผงควบคุมเด้งออกมา
【ภารกิจวิ่งจ๊อกกิ้งสามกิโลวันนี้สำเร็จ ค่าพลังกาย +1 ค่าหน้าตา +0.5 (คำนวณให้แล้ว)】
【ค่าพลังกาย: 60 (ยินดีด้วย สมรรถภาพร่างกายก้าวเข้าสู่ระดับดีเยี่ยม สู้ต่อไปนะ ^_^~)】
【ค่าหน้าตา: 57 (สิวหายไปแล้ว ผิวสะอาดขึ้น แววตาสดใส โดยรวมดูดีขึ้นไม่น้อย หล่อนิด ๆ เดินถนนยังไงก็มีคนเหลียวหลังบ้างไม่มากก็น้อย)】
【จิตใจ: 59 (สมองนายไม่ใช่กาวอีกต่อไปแล้ว เรียนในห้องก็ฟังที่ครูสอนรู้เรื่อง ท่องศัพท์ก็ไม่ต้องท่องซ้ำไปมาจนตาย)】
ข้างล่างมีตัวอักษรใหม่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแถว ขอบ ๆ เรืองแสงสีทองจาง ๆ
【ค่าพลังกายทะลุ 60! ปลดล็อกสกิลติดตัว: พลังกายเปี่ยมล้น】
【คำอธิบาย: พลังกายเปี่ยมล้น ระหว่างออกกำลังกายจะสามารถรักษาพละกำลังได้ดีขึ้น อัตราฟื้นฟูพละกำลังหลังออกกำลังกายเพิ่มขึ้น】
เฉินจือหยวนยืนอยู่กับที่ ขยับแขนไปมา
แต่เดิมหลังวิ่งสามกิโลเสร็จ ถึงขั้นไม่ล้มพับก็รู้สึกหนัก ๆ อยู่บ้าง
แต่ตอนนี้...
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออก
หน้าอกโล่งสบาย
ขาก็ไม่ตึง
แถมยังมีแรงเหลืออีก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วลองวิ่งเหยาะ ๆ อีกสองก้าว
ร่างการตอบสนองเบาหวิว ไม่เหมือนคนที่เพิ่งวิ่งสามกิโลมาเลย
ดูค่าสถานะบนแผงควบคุม เฉินจือหยวนก็ยิ้มออกมา
นี่เพิ่งได้ระบบมา 12 วัน ค่าพลังกายกับค่าจิตใจก็เพิ่มมาอย่างละ 12 แต้ม ค่าหน้าตาก็เพิ่มมา 6 แต้ม
เป็นแบบนี้ต่อไป ต่อไปไม่ว่าจะไปสายกีฬาหรือสายวิชาการก็เอาตัวรอดได้สบาย
หรือแย่สุด พึ่งหน้าตา เป็นเน็ตไอดอลก็ยังได้
อิอิ`(*∩_∩*)′
กลับถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จ นั่งที่โต๊ะอาหารเตรียมกินข้าวเช้า
ตอนนี้เอง เฉินหว่านถิงที่นั่งอยู่โต๊ะอาหารก็เอ่ยขึ้นมาทันใด
"พี่? ช่วงนี้ใช้สกินแคร์อะไรอยู่เหรอ? เห็นสภาพผิวดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ"